วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ดิจิทัลวอลเล็ตและ E-refund เป็นทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยง

โครงการดิจิทัลวอลเล็ต สร้างความกังวลภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะ E-refund มีความเสี่ยงกระทบผลประกอบการระยะสั้นกลุ่มค้าปลีก วันศุกร์ที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลจัดงานแถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

ซึ่งเงื่อนไขความชัดเจนที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่ 1) การจำกัดสิทธิ์โครงการ สำหรับผู้มีเงินเดือน 70,000 บาท ขึ้นไป หรือมีเงินฝากตั้งแต่ 500,000 บาท 2) ระยะเวลาดำเนินโครงการเริ่ม พ.ค.67 ในระยะแรก 6 เดือน 3) ร้านค้าที่ไม่จด Vat สามารถรับชำระการซื้อสินค้าได้ แต่จะขึ้นเงินสดได้ ต้องอยู่ในระบบภาษี 4) การออก พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการ 5) สำหรับผู้ไม่ได้รับสิทธิ์ สามารถเข้าโครงการ E-refund ซึ่งจะได้รับการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการ 50,000 บาท เริ่มต้น ม.ค.67

เรามีมุมมองต่อมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตและ E-refund เป็นดังนี้ 1) เม็ดเงินจากมาตรการ คาดเป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีก อาทิ CPAXT, CPALL, TNP 2) มาตรการ E-refund เป็นบวกกับหุ้น CRC, HMPRO, COM7 อย่างไรก็ตาม อาจต้องระวังการชะลอของผลประกอบการไตรมาส 4/66 จากการที่คนชะลอการซื้อเพื่อรอระยะเวลาเริ่ม ม.ค.67 3) การออกพ.ร.บ.กู้เงิน เป็นปัจจัยลบโดยรวมกับต้นทุนทางการเงินของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้กู้ด้วยขนาดการกู้ขนาดใหญ่ ทำให้ต้นทุนทางการเงินของประเทศมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนได้ 
 

กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในช่วง 6 เดือนนี้ จะเป็นหุ้นที่มีองค์ประกอบเหล่านี้ (หรือหลายๆข้อรวมกัน) ได้แก่ หนี้สินต่ำ, กระแสเงินสดแข็งแกร่ง, Valuation ไม่แพง, ให้ผลตอบแทนปันผลสูงกว่า 4% ขึ้นไป  // หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ MAJOR, TU, EGCO, PTT, OR, EA, JPARK* (Not rated) // เก็งกำไรระยะสั้น อาจเลือก GFC*, SAFE*, ORN*

ภาพรวมกลยุทธ์: ระยะสั้นยังผันผวนเชิงลบหลักตลาดไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ขณะที่มาตรการดิจิทัลวอลเล็ตและ E-refund แม้เป็นผลดีต่อปีหน้า แต่ในระยะสั้นอาจทำให้เกิดการชะลอบริโภคเพื่อรอระยะเวลาเริ่มของโครงการ ภาพใหญ่ยังมองฟื้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอลง คาดจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงปลายปี 

หุ้นแนะนำ: AWC*, MENA*, TNP*, CPALL*

แนวรับ: 1,382 / แนวต้าน : 1,415 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

มูดี้ส์ประกาศปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐสู่ "เชิงลบ" จาก "มีเสถียรภาพ - 10 พ.ย. มูดี้ย์ปรับแนวโน้มลง โดยคาดการณ์ว่า การขาดดุลการคลังของสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับสูงมาก และจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์ยังคงตรึงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาว รวมถึงตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ์และไม่มีประกันของรัฐบาลสหรัฐไว้ที่ระดับ Aaa (อินโฟเควสท์)

เศรษฐา มั่นใจ พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านผ่านสภาฯ ลั่น ดิจิทัล วอลเล็ตเริ่ม พ.ค.67- “เศรษฐา” มั่นใจ พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทผ่านสภาฯ บังคับใช้ทัน พ.ค.67 เริ่มโครงการดิจิทัล วอลเล็ตได้ตามกำหนด แจงเศรษฐกิจไทยโตต่ำ 10 ปีเฉลี่ย 1.9% หากไม่กระตุ้นครั้งใหญ่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจลำบาก (กรุงเทพธุรกิจ) 

ททท. ลุ้น นักท่องเที่ยวอินเดีย แตะ 1.6 ล้านคนปีนี้ สร้างรายได้ 65,600 ล้านบาท - ททท. คาด นักท่องเที่ยวอินเดีย เพิ่มขึ้นแตะ 1.6 ล้านคน ในปี 66 มาตรการวีซ่า-ฟรี ช่วยกระตุ้น เดิมตั้งเป้า 1.42 ล้านคน สร้างรายได้ 65,600 ล้านบาท เป้าเดิม 58,500 ล้านบาท ปีหน้ารุกจัดงานกระตุ้นการเดินทางเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน (การเงินการธนาคาร)มติบอร์ดกสทช.4:1

อนุญาตให้ ADVANC-3BB ควบรวมแบบมีเงื่อนไข - กสทช. นัดพิเศษเมื่อวันที่ 10 พ.ย. พิจารณาการควบรวมธุรกิจ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 4:1 อนุญาตให้มีการควบรวมกิจการแบบมีเงื่อนไขโดยให้มีมาตรการในการกำกับดูแลการควบรวมกิจการ เพื่อป้องกันการผูกขาดและเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยนายต่อพงศ์ งดออกเสียง (อินโฟเควสท์)

 

ประเด็นติดตาม: 14 พ.ย. - US Core CPI / 15 พ.ย. -US Core Retail Sales / 16 พ.ย. US Building Permits / 17 พ.ย. EU Core CPI 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)