วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ อาจมีแรงทำกำไรในกลุ่มพลังงานสลับ

ภาพระยะสั้นผันผวนตามผลประกอบการและผลตอบแทนพันธบัตร บรรยากาศลงทุนระยะสั้นยังมีแนวโน้มผันผวนตามปัจจัยที่เข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการหุ้นรายตัว และปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ที่มีโอกาสกระทบต่อผลตอบแทนพันธบัตร

ซึ่งเราคาดว่าอาจดีดขึ้นในระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ยังมีแนวโน้มลดลงสู่ 4.3% โดยคาดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ รอบหน้า 13 ธ.ค. และการเผยแพร่มุมมองดอกเบี้ยของกรรมการรายบุคคล (Dot plot) จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับลดลงดังกล่าว ซึ่งน่าจะสนับสนุนการฟื้นตัวของหุ้น

ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุนระยะสั้นแต่เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ West Texas ปรับลดลง 4% หลังจีนรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ (ส่งออกจีน ต.ค. -6.4% แย่กว่าตลาดคาด -3.3%) ประกอบกับความกังวลโอเปคอาจเพิ่มการผลิตเข้ามา ทำให้ราคาน้ำมันดิบชะลอตัวลง แม้อาจกระทบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม เรามองเป็นปัจจัยบวกกับกลุ่มหุ้นที่มีน้ำมันเป็นต้นทุน ภาพการเก็งกำไรและลงทุนในช่วง 6-9 เดือนหน้า เน้นมองหุ้นที่กระแสเงินสดดี และ Valuation ไม่แพง ซึ่งจะช่วยจำกัด downside ของหุ้นได้ // หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ MAJOR, TU, EGCO, PTT, OR, EA, JPARK* (Not rated)
 

ภาพรวมกลยุทธ์: ช่วงสั้นระวังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ Outperform มากตั้งแต่ต้นปีและความผันผวนจากการรายงานผลประกอบการ อย่างไรก็ตามภาพใหญ่ยังมองฟื้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอลง คาดจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงปลายปี ภาพการเก็งกำไรระยะสั้นอาจมองกลุ่มที่ลงเยอะ แต่ในมุมลงทุนเน้นกลุ่ม valuation ไม่แพงและปันผลสูงจะที่มี downside จำกัด จะทยอย Outperform ในช่วงภาวะดอกเบี้ยสูงที่ดำเนินต่อไปในปี 2567

หุ้นแนะนำ: TU*, MENA*, JPARK*, ORN*

แนวรับ: 1,390-1,405 / แนวต้าน : 1,420-1,430 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

บอนด์ยีลด์ร่วงต่อเนื่อง ล่าสุดหลุด 4.6% จับตาประมูลพันธบัตรวันนี้ –อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วงลงต่ำกว่าระดับ 4.6% ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวันนี้ (อินโฟเควสท์)
 

ยูบีเอสขาดทุนหนักกว่าคาดใน Q3/66 เหตุต้นทุนควบรวมเครดิต สวิสพุ่ง”- ยูบีเอสซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยในวันนี้ (7 พ.ย.) ว่า ธนาคารขาดทุนสุทธิ 785 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งมากกว่าคาดในไตรมาส 3/2566 ขณะที่ยูบีเอสดำเนินการเพื่อผนวกรวมกิจการกับธนาคารเครดิต สวิสซึ่งประสบปัญหาการเงินจนเกือบล้มละลาย (อินโฟเควสท์)

ส่งออกจีนต่ำกว่าคาด ส่วนตัวเลขนำเข้าปรับบวก- ตัวเลขนำเข้าของจีนเดือน ต.ค.ปรับตัวเป็นบวกได้ครั้งแรก หลังดิ่งเหวมา 11 เดือนติดต่อกัน ขณะที่จีนรับปากจะเปิดตลาดนำเข้าสินค้า-บริการจากต่างประเทศให้มากขึ้น  ส่วนตัวเลขส่งออกดิ่งลง 6.4% สู่ระดับ 2.748 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 3.3% โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์สินค้า และบริการของจีนที่อ่อนแอในตลาดโลก (อินโฟเควสท์)

คมนาคม”ดันประมูลรถไฟทางคู่เฟส 2 รับเหมาชิงเค้ก 2.7แสนล้าน- คมนาคม ชง ครม. ปูพรมประมูลรถไฟทางคู่ เฟส 2 จับตารับเหมา-แรงงานคึกคัก ชิงเค้ก 2.7 แสนล้าน สุรพงษ์ดัน 3 เส้นทางเร่งด่วนล็อตแรก ลุยประมูล (ฐานเศรษฐกิจ)

 

ประเด็นติดตาม: 8 พ.ย. - US Crude Oil Inventories, TH Consumer Confidence / 9 พ.ย. - US Initial Jobless Claims / 10 พ.ย. -TH Foreign Reserve /14 พ.ย. - US Core CPI / 15 พ.ย. -US Core Retail Sales / 16 พ.ย. US Building Permits / 17 พ.ย. EU Core CPI 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)