ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,360/1,350 จุด แนวต้าน 1,380/1,388 จุด ภายใต้อิทธิพลของรูปแบบขาลง Rounding Top (U คว่ำ-shape) กรอบ 1,187-1,716 จุด ที่ทำไว้ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ. 2020 โดยแนวรับหลักแรกที่คาดว่าจะเกิดการรีบาวนด์รอบใหญ่ อยู่ที่บริเวณ 1,350 จุด
ประเด็นสำคัญวันนี้ ได้แก่
+US 3Q23 Earnings Results: คาดบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่รายงานกำไรสูงกว่าคาด แต่เรามองไม่มี Positive surprise เราคาดว่า รายงานผลกำไรที่ดีหรือแย่กว่าคาด จะส่งผลกระทบต่อหุ้นรายตัว และส่งผลต่อเนื่องมายังหุ้นอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยวันนี้ฝั่งของ US จับตารายงานกำไร Exxon (คาด USD2.37 Vs USD4.45), Chevron (คาด USD3.60 Vs USD5.56) ฯลฯ ทั้งนี้ เราคาดว่าการขยายตัวอย่างมากของ US 3Q23E GDP ทาให้ผลกาไรของบจ. สหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ (อิง Fact set คาดการณ์ 3Q23E EPS อยู่ที่ USD55.74 เติบโต -0.4% YoY) หนุนการขยายตัวของ Earnings Yield แต่อย่างไรก็ตาม ด้วย Market risk premium ที่อยู่ในระดับต่ำ (0.7%) (Figure 2) มีนัยว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สะท้อนความคาดหวัง EPS Growth ในระดับสูงอยู่แล้ว (สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 10%) ดังนั้น หากผลประกอบการหุ้นสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาดอาจทำให้ไม่มี Positive surprise ต่อตลาดสูงมาก แต่ในทางกลับกัน หากผลประกอบการผิดคาดจะเป็น Negative surprise ที่รุนแรงต่อตลาด
บจ.ไทย: จับตารายงานผลประกอบการของ DELTA คาดรายงานกำไร +17.4% YoY, +3.4% QoQ เป็น 4,825 ล้านบาท และ PTTEP คาดรายงานกำไร -22.7% YoY, -11.2% QoQ เป็น 18,689 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผลต่อเนื่องไปยังหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มเครือปตท. หากออกมาดีหรือแย่กว่าคาด
+/-US: ตลาดจะให้ความสำคัญต่อรายงาน Core PCE/PCE Price Index เดือน ก.ย. โดย Consensus คาดเติบโต 0.3% MoM, +3.7% YoY /+0.3% MoM, +3.4% YoY(Vs เดือน ส.ค. 0.1% MoM, +3.9% YoY/0.4% MoM, +3.5% YoY) โดยจะเป็นลบต่อตลาดหุ้นโลก หากสัญญาณเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ทำให้เฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยนโยบายสูงยาวนาน Higher For Longer (ผลสำรวจ FMS ล่าสุดพบว่า 30% คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยใน 2H24 และ 10% คาดว่าจะลดดอกเบี้ยในปี 2025 ขณะที่ CME FedWatch Tool ให้โอกาส 33.3% ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมวันที่ 12 มิ.ย. 2024)
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ เก็งกำไรหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ จากยิลด์พันธบัตรปรับสูงขึ้น BBL KTB BLA
Strategic daily picks
BLA ปิด 22.80 บาท/แนวรับ 22.00 บาท แนวต้าน 24.00 บาท
คาดภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตใน 2H23 ยังดีเหมือน 1H23 ทั้งนี้ BLA ออกแบบประกันใหม่ “เพรสทีจ เฮลธ์ ปลดล็อก” ที่ขยายความคุ้มครองให้การดูแลที่มากกว่า ตั้งแต่การป้องกันโรคจนถึงการรักษาพยาบาล ครอบคลุมทั้งสุขภาพกายและใจ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 200 ล้านบาท โดยรับประกันตั้งแต่อายุ 11-80 ปี และคุ้มครองสูงสุดจนถึงอายุ 99 ปี Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.93 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 36.50 บาท
BBL ปิด 158.00 บาท/แนวรับ 155.00 บาท แนวต้าน 165.00 บาท
คงเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อรวมปี 2023 ที่ 3-5% พร้อมผลักดันสินเชื่อดังกล่าวเติบโตต่อเนื่องใน 4Q23 แม้ใน 3Q23 สินเชื่อรวมจะเติบโตเพียงเล็กน้อย 1% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงหนี้รวมทั้งปี 2023 ยังสามารถบริหารจัดการได้ และไม่จำเป็นต้องตัดขายหนี้เสียดังกล่าวออกขายให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์จัดการ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 4.14 หมื่นล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 195.67 บาท
KTB ปิด 18.90 บาท/แนวรับ 18.50 บาท แนวต้าน 19.90 บาท
ร่วมมือกับบริษัท ดีเอ็น เซ็นเตอร์ 2019 จำกัด สนับสนุนแหล่งเงินทุน โครงการสินเชื่อคู่ค้าพารวยจาก KTB ให้ผู้ประกอบการร้านขายยาที่เป็นคู่ค้าของ DN CENTER ขณะเดียวกัน KTB คาดไม่เกินสิ้นปี 2023 จะสรุปพันธมิตรที่จะร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ (JV AMC) Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.97 หมื่นล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 23.05 บาท









