เราคาดกำไรสุทธิของ SPRC ใน 3Q66F อยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุนสุทธิ 5.0 พันล้านบาทใน 3Q65 และ 2.1 พันล้านบาทใน 2Q66) โดยกำไรพลิกฟื้นโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ เป็นเพราะคาด market GRM ดีขึ้นและมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันมากขึ้น
เราคาดว่า market GRM ของ SPRC พุ่งขึ้น 42% YoY และ 535% QoQ เป็น US$8.5/bbl ในไตรมาสนี้ เนื่องจากต้นทุน Murban crude premium ลดลง 83% YoY และ 37% QoQ เหลือ US$1.8/bbl รวมทั้ง spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลสูงขึ้น 14-87% QoQ เป็น US$18.9/bbl, US$26.1/bbl และ US$26.9/bbl ตามลำดับ นอกจากนี้ เรายังคาดว่า SPRC จะบันทึกกำไรจากสต๊อกน้ำมันสูงถึง 3.8 พันล้านบาท ดีขึ้นจากที่มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่ 6.9 พันล้านบาทใน 3Q65 และ 1.4 พันล้านบาทใน 2Q66 หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มอย่างมากจาก US$75/bbl ในเดือนมิถุนายน เป็น US$93/bbl ในเดือนกันยายน แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอัตราการกลั่นน้ำมันดิบของ SPRC จะลดลง 9% QoQ เหลือ 145KBD เนื่องจาก i) การปิดซ่อมบำรุงตามแผนของหน่วย Diesel Hydrotreating (DHT) เป็นเวลา 20-25 วันในช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมพร้อมรองรับมาตราฐาน Euro 5 ใหม่ของประเทศไทยซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2567 และ ii) การปิดซ่อมบำรุงตามแผนของหน่วย Residue Fluid Catalytic Cracking (RFCC) เป็นเวลา 10 วันในเดือนกันยายน
ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2566F/2567F ลง 6%/8%
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2566F ลง 6% เหลือ 4.9 พันล้านบาท และปี 2567F ลง 8% อยู่ที่ 7.1 พันล้านบาท เนื่องจากอัตราการกลั่นน้ำมันดิบและ market GRM ลดลง โดยวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา SPRC แจ้งว่ามีการปิดซ่อมบำรุงหน่วยผลิตน้ำมันเบนซิน RFCC เป็นเวลา 15-20 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานอัตราการกลั่นมันดิบลง 3% เหลือ 155KBD ในปีนี้ นอกจากนี้ ผู้บริหารแนะว่าการกลับมาใช้ทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดียวกลางทะเล (Single Point Mooring: SPM) ล่าช้าออกไปอีกหนึ่งไตรมาสเป็น 1Q67F เนื่องจากการซ่อมแซมอุปกรณ์ภายใต้ทะเลมีความยากลำบากช่วงฤดูฝนใน 3Q66 ซึ่งผลจากการปิดซ่อมบำรุงนอกแผนของหน่วย RFCC ในเดือนตุลาคม และความล่าช้าในการกลับมาเปิด SPM ใหม่อีกครั้งออกไปอีกหนึ่งไตรมาส ทำให้เราปรับลดสมมติฐาน market GRM ลง 11% เหลือ US$5.9/bbl ในปี 2566F และ 5% เหลือ US$7.6/bbl ในปี 2567F
Valuation & action
เราปรับราคาเป้าหมาย 1H67F ลงเหลือ 11.70 บาท จากเดิม 12.30 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 5.5x เพื่อสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง แต่อย่างไรก็ตาม เราคงคำแนะนำซื้อ SPRC เนื่องจาก i) กำไรสุทธิใน 3Q66F ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, ii) อุปสงค์น้ำมันดีเซลสูงจากปัจจัยฤดูกาลที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว และ iii) ความคาดหวังว่าอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47% YoY ในปี 2567F ทั้งนี้เราได้ถอด SPRC ออกจากรายการหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน
Risks
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและ GRM ตลอดจนความล่าช้าในการกลับมาเปิด SPM ใหม่อีกครั้ง และกรณีที่มีโจทก์ 832 รายยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรณีน้ำมันรั่วที่ SPM









