ผลตอบแทนพันธบัตรขยับลงเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวเล็กน้อย ทั้งนี้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เริ่มปรับลดลงเล็กน้อยหลังความเห็นกรรมการเฟดประเมินอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือ
จากภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นหลังผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักลงทุนที่ประเมินช่วงที่เหลือของปีนี้โอกาสคงดอกเบี้ยสูงขึ้น และโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยลดลง (ล่าสุด FedWatchTool ประเมินประชุมเฟด 11 พ.ย. โอกาสคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 88% และขึ้นดอกเบี้ยเพียง 12%)
ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงมุมมองผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนจำกัด ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นเริ่มทรงตัว สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ประเมินความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางจะมีผลในเชิงจิตวิทยาต่อราคาน้ำมันดิบระยะสั้นให้มีโอกาสขึ้นทดสอบ 85-90 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล อย่างไรก็ตามผลต่อภาพรวมการลงทุนและราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากปริมาณกำลังการผลิตน้ำมันของพื้นที่ขัดแย้งและใกล้เคียงอยู่ที่เพียง 7.2 แสนบาร์เรล/วัน ขณะที่กรณีเลวร้าย เหตุการณ์ลุกลามไปจนกระทบกับอุปทานน้ำมันที่ผ่านคลองสุเอส ที่มีปริมาณน้ำมันผ่านวันละ 5.5 ล้านบาร์เรล เรายังประเมินมีความเป็นไปได้ต่ำ (แต่หากเกิดขึ้น น้ำมันจะมีโอกาสขึ้นทดสอบ 100-125 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล)
ภาพรวมกลยุทธ์: อยู่ในจุดที่อาจจะยังไม่กลับตัว แต่มีโอกาสฟื้นตัว โดยมีแนวต้าน 1,450 / 1,477 และ 1,490 จุด ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายไทย-สหรัฐฯ ที่กว้าง จะยังเป็นปัจจัยกดดันเงินทุนไหลออกที่กระทบหุ้นใหญ่ ทำให้การลงทุนจะอยู่ในรูปของการเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็ก หรือกลุ่มที่มีแนวโน้มผลประกอบการชัดเจน ช่วงสั้นกลุ่มท่องเที่ยวอาจชะลอเพื่อดูผลกระทบเหตุการณ์กราดยิงที่มีต่อโมเมนตัมนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศ
หุ้นแนะนำ: COCOCO*, MEGA*, ASW*, ESSO*
แนวรับ: 1,420-1,430 / แนวต้าน : 1,450 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
PTT ไม่ห่วงสงครามอิสราเอล ยืนยันไทยสำรองพลังงานเพียงพอ – PTT มองว่า สงครามอิสราเอลไม่น่าจะส่งผลต่อปริมาณน้ำมันในโลก เพราะไม่ได้เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน แต่อาจจะส่งผลทางด้านจิตวิทยาบ้างให้มีการปรับขึ้นประมาณ 3-4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยล่าสุดเริ่มอ่อนตัวลงมาแล้ว หากเหตุการณ์ไม่ได้ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างออกไปจากที่เป็นอยู่ ก็ถือว่าไม่น่าจะต้องเป็นห่วงแต่อย่างใด
CPN ทุ่มงบ ปั้นแบรนด์ Central Park – มูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน สร้างสรรค์ประสบการณ์ The New Luxury ภายในโครงการมิกซ์ยูส "ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค"ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนกับบมจ.ดุสิตธานี (DUSIT)
SRS เข้าเทรดวันนี้”– ผู้บริหารมั่นใจผลประกอบการแข็งแกร่ง 3 ปีย้อนหลัง รายได้จากการขายและบริการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 137.37% หุ้นใหญ่พร้อมใจไม่ขายหุ้นเป็นระยะเวลา 1 เดือน
ETL ประกาศราคาขายหุ้น IPO”– ราคาขายหุ้นไอพีโอ 1.68 บาท/หุ้น เตรียมเปิดให้ผู้ถือหุ้น WICE เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้นจองซื้อ 11-18 ต.ค.นี้ และนักลงทุนรายย่อยจองซื้อ 24-26 ต.ค.นี้ คาดเข้าเทรดภายใน พ.ย.นี้ เพื่อระดมทุนเสริมศักยภาพการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ – ผลของยอดจอง (presales) ที่ต่ำคาด เราประเมิน upside/downside แนวโน้มเทียบเป้าหมายของบริษัท ดังนี้ AP (-16%), LH (-38%), LPN (-19%), ORI (+8%), PSH (-20%), QH (-4%), SPALI (-12%)
MAJOR – ประกาศซื้อหุ้นคืน 16 ต.ค.-15 ม.ค. วงเงิน 1,000 ล้านบาท ไม่เกิน 72 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.05% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว โดยราคาซื้อคืนสูงสุดไม่เกิน 16.03 บาท และราคาบ่งชี้จะไม่ต่ำ 13.89 บาท
SPRC – แจ้งซ่อมหน่วย RFCCU เป็นเวลา 15-20 วัน หน่วยดังกล่าวทำหน้าที่ปรับปรุงน้ำมันเตาเป็นน้ำมันใสที่มีคุณภาพสูง ทำให้การปิดซ่อมจะส่งผลให้ GRM จะปรับลดลงเล็กน้อย และกระทบต่อกำไร
ประเด็นติดตาม: 11 ต.ค. – CH New Loans, US PPI/ 12 ต.ค. – US CPI, US Initial Jobless Claims/ 13 ต.ค. – CH PPI, US Michigan Consumer Sentiment
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









