วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ เลือกหุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่า

กนง.ปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย +0.25% สู่ 2.5% เป็นไปตามคาด คณะกรรมการกนง.มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก +0.25% สู่ 2.5% โดยแม้เศรษฐกิจระยะสั้นอาจชะลอ แต่กนง.ให้น้ำหนักกับการส่งออกที่จะดีขึ้น และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

รวมถึงการที่อาจจะมีแรงส่งจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยคาด GDP ปี 2566-67 ที่ 2.8% และ 4.4% ตามลำดับ แม้กนง.ปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2566-67 ลงเล็กน้อย 28.5 ล้านคน และ 35 ล้านคน (จาก 29 และ 35.5 ล้านคน) ทำให้มีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว แต่เรามองไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมที่ทำให้สินค้าและบริการของไทยราคาถูกลง เป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวหรือการแพทย์ นอกเหนือไปจากกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์ทางตรง
 

เลือกหุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่าทั้งทางตรงและอ้อม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในระดับสูง ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลประกอบการไม่แน่นอน ความน่าสนใจของการลงทุนในหุ้น (Earnings yield gap: EYG) ที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรในช่วงนี้ สร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก และทำให้เกิดความเสี่ยงการปรับฐานแรงในหุ้นที่แนวโน้มกำไรอ่อนแอหรืออาจจะปรับลดลงในอนาคต ซึ่งเรามองภาพการปรับประมาณการจะนิ่งมากขึ้นหลังการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/66 ในช่วง ต.ค.-ต้นพ.ย. อย่างไรก็ตามในระยะสั้น ตลาดอาจถูกถ่วงจากแรงทำกำไร ทำให้ในเชิงกลยุทธ์ต้องเน้นหุ้นที่มีความเสี่ยงปรับประมาณการกำไรต่ำ หรือมีแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งปีหลัง หรือในระยะยาวที่แข็งแรง อาทิ การแพทย์ สื่อสารรวมถึงอาจมองหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่มีโอกาสอ่อนค่าในระยะกลาง-ยาว ทั้งกลุ่มได้ประโยชน์ทางตรง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร/เกษตร และกลุ่มได้ประโยชน์ทางอ้อม เช่น การแพทย์และท่องเที่ยว
 

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังเน้นเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายไทย-สหรัฐฯ ที่กว้าง จะยังเป็นปัจจัยกดดันเงินทุนไหลออกที่กระทบหุ้นใหญ่ ทำให้การลงทุนจะอยู่ในรูปของการเก็งกำไรจนกว่าจะเห็นประมาณการกำไรบจ.ปรับขึ้นอย่างชัดเจน // หุ้นเด่นที่เราชอบในช่วง ก.ย.-ธ.ค. ได้แก่ PTTEP, TOP, PTG, OR / CPAXT, TIDLOR / AOT, AWC, SPA / CPN, AP

หุ้นแนะนำ: BDMS*, BCH*, COCOCO*, SAMART*

แนวรับ: 1,485-1,490 / แนวต้าน : 1,520 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

กนง. เชื่อดิจิทัลวอลเล็ต ช่วยดันเศรษฐกิจปีหน้าโตเกิน 4% – กนง.มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 2.50% เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจระดับศักยภาพในระยะยาว ทั้งนี้ ในการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 67 ที่ 4.4% ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 3.8% นั้น เป็นการรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการคลัง โดยเฉพาะผลจากมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต วงเงิน 5.6 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยส่งผลต่อเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.3-0.6 เท่า หรือขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 4% 
 

EASTW เซ็นสัญญาซื้อขายน้ำให้นิคมฯ – ให้กับ อมตะ วอเตอร์ เพื่อให้บริการน้ำอุตสาหกรรมแก่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง 2 เสริมความมั่นคงเสถียรภาพด้านแหล่งน้ำ ตอบสนองความต้องการใช้น้ำสูงสุดของโครงการ 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้น้ำในระยะยาว พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

JPARK ปลื้มนักลงทุนจองซื้อ IPO เกลี้ยง – นักลงทุนตอบรับดี จองซื้อ IPO ครบจำนวนเสนอขาย 110 ล้านหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรโดเด่น พร้อมโอกาสในการเติบโตในอนาคต มั่นใจเทรด 3 ต.ค.นี้

JKN – ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้อนุมัติขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ โดยไม่ถือเป็นเหตุผิดนัด พร้อมอนุมัติชำระเงินต้นหุ้นกู้บางส่วน และอนุมัติเพิ่มดอกเบี้ยหุ้นกู้เป็น 7%

 

ประเด็นติดตาม: 27 ก.ย. - ประชุม กนง. ซึ่งธปท.จะมีการปรับลดคาดการณ์ GDP ลง, US Core Durable Goods Orders/ 28 ก.ย. – US GDP, Pending Home Sales, Fed Chair Powell Speaks

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)