วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลประชุมกนง. (ดอกเบี้ยนโยบายและเป้าเติบโต 2023E GDP)

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลประชุมกนง. (ดอกเบี้ยนโยบายและเป้าเติบโต 2023E GDP)

ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,487/1,480 จุด แนวต้าน 1,503/1,510 จุด อิงรูปแบบดัชนีฯ เลือกที่จะปรับลดลงไปทดสอบแนวรับเดิม 1,487/1,461 จุดตามลำดับ หลังจากวานนี้หลุดทะลุแนวรับสำคัญ 1,503 จุด ทำให้โอกาสของการรีบาวนด์รูปแบบขาขึ้น Double Bottom ที่บริเวณ 1,503 จุด หมดไป

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลประชุมกนง. (ดอกเบี้ยนโยบายและเป้าเติบโต 2023E GDP)

ประเด็นสำคัญวันนี้ จับตาผลประชุม กนง. โดยมี 2 ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ

1. การปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2023E (Figure 2 และ Figure 3) โดยคาดว่าธปท. จะปรับลดประมาณการลงจากเดิม 3.6% จากการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐชะลอตัว โดยเฉพาะการเกิดสุญญากาศด้านงบประมาณรายจ่ายในช่วง 4Q23E รวมถึงการส่งออกที่เติบโตแย่กว่าคาดการณ์ ทั้งนี้ สภาพัฒน์ได้ปรับลดเศรษฐกิจไทยปี 2023E ลงมาอยู่ที่ 2.5-3.0% จากเดิม 2.7-3.7% และ Krungthai COMPASS คาดว่าจะเติบโต 3.0% จากเดิม 3.6%

 

 

2. ทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้น คาดว่ามีโอกาสใกล้เคียงกันระหว่างคงดอกเบี้ยหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.5% ก่อนส่งสัญญาณสิ้นสุดการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยสัญญาณสนับสนุนปรับขึ้นดอกเบี้ย จะมาจากนโยบาย outlook dependent แทนที่ data dependent เห็นได้จากแถลงการณ์ล่าสุดของผลประชุมกนง. ที่ส่งสัญญาณว่า “อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงและมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบเป้าหมายโดยยังมีความเสี่ยงด้านสูง คณะกรรมการฯ ประเมินว่าในบริบทเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ นโยบายการเงินควรดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน และช่วยเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาวโดยการป้องกันการสะสมความไม่สมดุลทางการเงินที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน รวมทั้งรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าที่อยู่ในระดับสูง”

เราคาดว่าการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยของกนง. (หากมีมติปรับขึ้น) จะเป็น Negative ต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะต่อบริษัทจดทะเบียนที่ต้องการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เพื่อรีไฟแนนซ์ ที่จะต้องมีต้นทุนการกู้ยืมปรับสูงขึ้น (ความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ของบจ. จำนวนมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ไม่มีเรตติ้ง) โดยเฉพาะกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มไฟแนนซ์ ฯลฯ ในทางตรงกันข้ามจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มประกันชีวิต TLI BLA และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง อาทิ BBL KTB ฯลฯ จาก NIM ที่สูงขึ้น หากธนาคารมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในทิศทางเดียวกัน

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญอื่น ๆ ติดตาม US รายงานตัวเลข Durable Goods Orders เดือน ส.ค. (Consensus คาด -1.6% MoM Vs เดือน ก.ค. -5.2% MoM) และ EIA รายงานปริมาณน้ามันสารองรายสัปดาห์ (Vs สัปดาห์ก่อน -2.135 ล้านบาร์เรล)

 

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ TLI และ BBL KTB (แนวโน้มผลกาไรเติบโตดี)

Strategic daily picks

TLI   ปิด 12.90 บาท/แนวรับ 12.50 บาท แนวต้าน 14 บาท

TLI มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ครอบคลุมทั้งประเภทประกันชีวิตควบการลงทุนและประกันแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล เพื่อสนับสนุนให้มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) เฉลี่ยทั้งปี 2023 เติบโตมากกว่า 10% ตามเป้าหมาย พร้อมกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 9.46 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 15.54 บาท

 

BBL    ปิด 162.50 บาท/แนวรับ 158 บาท แนวต้าน 169.50 บาท

ผู้บริหาร BBL คาด NIM จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.88% (จากเป้าเดิมที่ 2.50%) และคาด Cost to Income ratio จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ Low 50% ขณะที่ตั้งเป้าหมาย NPL ไม่เกิน 3.5% (ตามเดิม) และ Coverage ratio ที่สูงถึง 287% Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 1.05 หมื่นล้านบาท และ 4.09 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 191.68 บาท

 

KTB   ปิด 18.60 บาท/แนวรับ 17.80 บาท แนวต้าน 19.10 บาท

KTB มีนโยบายรุกตลาดสินเชื่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความเร็ว และสะดวก โดยในปี 2023 ตั้งเป้าสินเชื่อดิจิทัลประมาณ 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ในปี 2023 ตั้งเป้า NIM ที่ 3.0%, NPL ratio ไม่เกิน 3.5%, NPL Coverage ratio ที่ราว 170% Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 1.01 หมื่นล้านบาท และ 3.92 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 22.44 บาท

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลประชุมกนง. (ดอกเบี้ยนโยบายและเป้าเติบโต 2023E GDP)