วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Sideway

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีอ่อนตัวลงในช่วงแรก ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นราว +10 จุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และไอซีที ส่วนแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากมีโบรกฯต่างชาติ Downgrade ราคาเหมาะสมหุ้น SCB

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,522.59 จุด +8.33 จุด +0.55% มูลค่าการซื้อขาย 57,161 ลบ. ต่างชาติ -1,304.84 ลบ. TFEX +27,185 สัญญา ตราสารหนี้ -2,980.88. ลบ.


ปัจจัยบวก    

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ +0.5% ปิดที่ 90.03 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 0.01% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัสเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันทั่วโลกเพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ
+ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้บ่งชี้ว่าตลาดวอลล์สตรีทมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนบวก หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลว่า FED จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้
+ ไชน่า บิสเนส นิวส์รายงานว่า บริษัทไชน่า รีฟอร์ม โฮลดิงส์ คอร์ป ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ของรัฐบาลจีนกำลังวางแผนจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนามูลค่าอย่างน้อย 1 แสนล้านหยวน (1.37 หมื่นล้านดอลลาร์) เพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์
+ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการเสริมคู่ขนานมาตรการพักหนี้เกษตรกร เพื่อจูงใจให้เกษตรกรที่ไม่เข้าโครงการพักการชำระหนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการไม่เข้ารับการพักหนี้
 

ปัจจัยลบ   

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 106.58 จุด หรือ -0.31% เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี และแนวโน้มที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์ติดลบ 1.9%
- รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียจะเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือในเดือนหน้า หลังจากที่มีการประชุมสุดยอดในเดือนนี้ระหว่างนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย
 

- คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐกำลังเจรจากับเวียดนามเกี่ยวกับข้อตกลงการขายอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศที่เคยเป็นอดีตศัตรูในยุคสงครามเย็น ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวอาจสร้างความไม่พอใจให้กับจีนและกีดกันรัสเซียจากการขายอาวุธให้กับเวียดนาม
- กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐออกกฎเกณฑ์เพื่อสกัดกั้นไม่ให้จีนและประเทศอื่นๆ ได้ประโยชน์จากการที่สหรัฐให้เงินอุดหนุนการผลิต เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐ
 

แนวโน้มตลาดวันนี้   

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดนนักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ กรอบดัชนีในวันนี้ 1,515 -1,530 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• หุ้น mai ได้ประโยชน์จากนโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว : SPA AU D RP
• ราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้น : KBS KSL KTIS BRR
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล : TNP KK CPALL CPAXT STEC CK ITD
• ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : PTTEP PTT BCP TOP
• หุ้นเสียประโยชน์จากลดค่าไฟฟ้า : GPSC BGRIM EA SSP

• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากลดค่าไฟฟ้า : CPALL CRC HMPRO

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

RBF - "ซื้อ" Bloomberg Consensus 12.80 บาท
"มุมมองบวกต่อกำไร 2Q66 ต่อเนื่องไปยังช่วง 2H66"

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Sideway

•(+) งวด 2Q66 มีกำไร 153 ลบ. +33%YoY +4%QoQ โดยมีรายได้ 1,056 ลบ. +8%YoY ทรงตัว QoQ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากยอดขายต่างประเทศที่เติบโต ซึ่งมาจากการกลุ่มแป้งและซอส และกลุ่มแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร ส่วน %GPM ปรับดีขึ้นมาที่ระดับ 36.7% (2Q65 = 34.2%, 1Q66 = 36.1%) จาก Product Mix ในผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลงจากปีก่อน

•(+) ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อกำไร 2Q66 ต่อเนื่องไปยังช่วง 2H66 ที่คาดจะโตดีต่อเนื่อง ทั้งรายได้ในกลุ่ม Domestic และ Oversea จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการเปิดประเทศ สอดคล้องกับแผนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ อาทิ 1) โรงงานที่อินโดนิเซียเฟส2 คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงเดือน ก.ย.66 และ 2) โรงงานที่อินเดีย คาดสร้างเสร็จช่วง 1Q67 ส่วนแนวโน้ม %GPM ช่วง 2H66 คาดจะปรับดีขึ้นจากช่วง 1H66 จากต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มลดลง (อาทิ แป้งสาลี สัดส่วน 10% ของต้นทุนรวม) และสัดส่วนการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นมากขึ้น โดย Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 66 ราว 656 ลบ. +36% ซึ่ง 1H66 มีกำไร 300 ลบ. +8%YoY (คิดเป็น 46% ของประมาณการทั้งปี 66) และราคาเหมาะสม 12.80 บาท Upside 12% แนะนำ "ซื้อ"

 

หุ้นมีข่าว

(+) SIS (Bloomberg consensus 29.26 บาท) ลุยตลาดไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ โอกาสเติบโตสูง ดีมานด์มาแรง มั่นใจโตกว่า 10-20% ขณะที่ตลาดไอทีปีนี้คลาวด์ เซอร์วิส ขยายตัวทั้งภาครัฐ-เอกชน ย้ำเป้ารายได้รวมแตะ 2.9 หมื่นล้านบาท ด้านยอดขายเสี่ยวมี่โตต่อเนื่อง โบรกมองผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดแล้วในครึ่งปีแรก 2566 และคาดว่าไตรมาส 3/2566 จะดีขึ้น คลาวด์มีโอกาสเติบโตสูง ปัจจุบัน AWS มีลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) COM7 (Bloomberg consensus 37.50 บาท) เผยกระแส iPhone 15 ฮอต หลังเปิดให้จองซื้อวันแรกเมื่อ 15 กันยายนที่ผ่านมา ยอดจองพุ่งทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง ด้านสินค้ากลุ่ม Accessory มีโอกาสขายดีในทิศทางเดียวกัน หนุนพอร์ตไฮมาร์จิ้น ส่วนรายได้ปีนี้คาดเติบโต 20% ตามเป้า (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KEX (Bloomberg consensus 9.00 บาท) เดินหน้าลงทุนเทคโนโลยีทันสมัยครบวงจร ปรับศูนย์ขนส่งสินค้า 11 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดระยะเวลาคัดแยกและระยะเวลาการขนส่ง หวังเพิ่มสัดส่วนลูกค้า C2C กลุ่มกลาง-บน และเพิ่มบริการส่งด่วนวันนี้ถึงพรุ่งนี้ ตั้งเป้ารายได้ต่อเดือนพลิกกำไรปี 2567 ด้านโบรกมองต่างผลงานยังไม่ฟื้น คาดการณ์มีแนวโน้มขาดทุน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) WP (Bloomberg consensus - บาท) ไฟเขียวเปิดโครงการซื้อหุ้นคืนสูงสุดไม่เกิน 60 ล้านบาท จำนวนสูงสุดไม่เกิน 15,555,000 หุ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2567 สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ฟาก "ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง" เผยดีมานด์ใช้ก๊าซ LPG ภาวะเศรษฐกิจฟื้นและโซลาร์ รูฟท็อป หนุนผลงานโตแกร่ง (ที่มา ทันหุ้น)