วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ : บล.เคจีไอฯ พักสร้างฐานต่อ ฟันด์โฟลว์ในระยะสั้นอ่อนแอ

แกว่งตัวในกรอบต่อไป ช่วงสั้นยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ ในสัปดาห์ที่แล้ว (4 – 8 กันยายน) ตลาดหุ้นไทยพักฐานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือว่าอ่อนแอกว่าที่เราคาดเอาไว้

โดยสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย รวมถึงหุ้นไทย ถูกกระทบจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดัชนี US Dollar Index ที่ถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการค้า ท่ามกลาง i) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับตัวเลขเศรษฐกิจในยุโรป และ ii) สุนทรพจน์ของผู้บริหาร Fed สองสามรายที่ออกไปในเชิง hawkish เล็กน้อย ซึ่งเป็นการเปิดทางให้มีการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐอีก สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการ digital wallet ในส่วนของ platform ที่จะใช้ และงบประมาณที่จะเบิกจ่าย ในขณะที่นักลงทุนยังคงเป็นห่วงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีน และผลกระทบที่จะสืบเนื่องไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลจะมีแผนเพิ่มแรงจูงใจให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศหลัก เช่น จีนและอินเดีย

 

สำหรับในสัปดาห์นี้ (11 – 15 กันยายน) ดัชนี SET น่าจะยังเทรด sideways โดยกระแสเงินทุนจากต่างชาติยังคงอ่อนแอ เพราะนักลงทุนกำลังติดตามดูตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคโลกที่สำคัญ อย่างเช่น ดัชนีเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐ และกรณีพิพาทด้านเทคโนโลยีรอบล่าสุดระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่จีนห้ามเจ้าหน้าที่รัฐใช้ iPhone ซึ่งมีรายงานข่าวตามสื่อต่าง ๆ ว่าอาจจะมีการขยายขอบเขตการห้ามใช้ iPhone มากขึ้นด้วย สำหรับปัจจัยภายในประเทศ รัฐบาลใหม่จะแถลงนโยบายต่อสภาในวันที่ 11-12 กันยายน และอาจจะมีการถกเถียงกันอย่างร้อนแรงถึงข้อดีข้อเสียของมาตรการ digital wallet 10,000
บาท ซึ่งเรามองว่า หากยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาของมาตรการ digital wallet กระแสข่าวการเมืองน่าจะส่งผลต่อตลาดในวงจำกัด และดัชนี SET ในสัปดาห์นี้น่าจะขยับตามการเคลื่อนไหวของตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค และตลาดหุ้นโลก

 

 

ติดตามดัชนี CPI สหรัฐ, การประชุม ECB และรายละเอียดเพิ่มเติมของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ปัจจัยต่างประเทศ: เนื่องจากผู้บริหารของ Fed เข้าสู่ช่วง ‘Fed black out period’ ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 20 กันยายนแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้บริหาร Fed ในสัปดาห์นี้ ดังนั้น นักลงทุนจึงน่าจะมุ่งความสนใจไปที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งได้แก่ i) ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (core CPI ) (consensus อยู่ที่ +4.3% YoY จากเดือนกรกฎาคมที่ +4.7% YoY) และ ii) ยอดขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนในยุโรป ECB จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 14 กันยายน โดย Consensus คาดว่า ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Refi rate) เอาไว้เท่าเดิมที่ 4.25%

ปัจจัยในประเทศ: ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่มีกำหนดประกาศในสัปดาห์นี้ และนักลงทุนน่าจะติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ต่อสภาในวันนี้ และวันพรุ่งนี้ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการ digital wallet ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะแจกเงิน 10,000 บาทให้กับประชาชนไทยที่มีอายุเกิน 16 ปี

 

 

หุ้นธีมจีนอาจจะไม่ perform นักในระยะสั้น เราแนะนำให้เน้นหุ้นกลุ่มที่จะได้อานิสงส์จากด้านท่องเที่ยว และการบริโภคในประเทศ

เนื่องจากกระแสข่าวในระยะสั้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นเรื่องของการอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เราจึงถอดหุ้นธีมจีน อย่างเช่น SCGP* ออกจากแนวคิดการซื้อขายหุ้นรายสัปดาห์ของเรา แต่ยังมองว่าราคาหุ้นมี downside จำกัด และอาจจะดีดตัวกลับได้เมื่อจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา เรายังคงธีมการลงทุนอื่น ๆ สำหรับกลยุทธ์ในเดือนกันยายนเอาไว้เหมือนเดิม อย่างเช่น กลุ่มท่องเที่ยว ผู้บริโภค อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และสถาบันการเงินประเภท non-bank โดยเราชอบ
TOP*, AAV*, AOT*, CPALL*, CPN*, SAWAD* และ TIDLOR*