วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ประเด็นผลกระทบนโยบายของรัฐบาลใหม่

น้ำมันดิบปรับขึ้นหลัง ซาอุฯ ขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิต ซาอุดิอาระเบียตัดสินใจต่ออายุการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบโดยสมัครใจที่ 1 ล้านบาร์เรลออกไปอีก 3 เดือน จนถึงสิ้นปีนี้

ทั้งนี้เรายังคงมุมมองราคาน้ำมันแกว่งขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกหนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งกลุ่มพลังงานและ SET Index (ซึ่งเริ่มเห็นการปรับคาดการณ์ EPS ของ SET แล้วตั้งแต่ 22 ส.ค.) ทั้งนี้เราคงมุมมองบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น ได้แก่ PTTEP, TOP, BCP, ESSO และกลุ่มสถานนีบริการน้ำมัน (กำไรไตรมาส 3 ยังไม่ดีนัก แต่จะฟื้นชัดไตรมาส 4/66) ได้แก่ OR และ PTG

ตลาดยังอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากรัฐบาลใหม่ ติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล 11 ก.ย. ซึ่งนอกจากผลกระทบต่อหุ้นพลังงานที่เราได้วิเคราะห์ไปในช่วง 2 วันที่ผ่านมาแล้ว ล่าสุดมีประเด็นนโยบายที่อาจไม่ได้อยู่ในภาวะเร่งด่วนหรือทำได้ยากที่อาจไม่ถูกใส่ไว้ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ได้แก่ 1) การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ภายในปี 2570 ซึ่งการหายไปของนโยบายนี้ น่าจะช่วยลดแรงกดดันของผู้ประกอบการในส่วนที่มีการใช้แรงงาน อาทิ ค้าปลีก, ร้านอาหาร ขณะที่รับเหมาก่อสร้าง แม้เป็นบวกระยะสั้น แต่อาจไม่เพียงพอที่จะหักล้างรายได้ที่หายไปจากการชะลอการใช้จ่ายภาครัฐฯ 2) รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย เรามองว่าเป็นนโยบายที่ทำได้ยากเพราะความซับซ้อนและแตกต่างของสัมปทาน และไม่คิดว่ารัฐจะตั้งงบมาชดเชยส่วนต่างค่าตั๋ว การหายไปของนโยบายดังกล่าว เป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อหุ้นรถไฟฟ้าและโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับจำนวนผู้ใช้บริการ (BTS, BEM และ VGI)
 

ไทม์ไลน์การเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ 5 ก.ย. ถวายสัตย์ปฏิญาณตน / 6 ก.ย. ประชุมครม.นัดพิเศษ / 11 ก.ย. แถลงนโยบายต่อรัฐสภา / 12 ก.ย. ประชุมครม.นัดแรก / 27 ก.ย. ประชุม กนง. ซึ่งธปท.จะมีการปรับลดคาดการณ์ GDP ลง

ภาพรวมกลยุทธ์: ตลาดปรับฐานสู่แนวรับ 1,540-1,550 จุด ซึ่งเป็นระดับที่มีโอกลุ้นฟื้นตัว กลุ่มที่น่าสนใจช่วงนี้คือ 1) หุ้นขนาดกลางขนาดเล็กที่มีการถือครองต่ำ 2) กลุ่มที่ผลประกอบการครึ่งปีหลังจะออกมาดีหรือดีต่อเนื่อง ได้แก่ พลังงาน ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ 3) หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว // หุ้นเด่นที่เราชอบในช่วง ก.ย.-ธ.ค. ได้แก่ PTTEP, TOP, PTG, OR / CPAXT, TIDLOR / AOT, AWC, SPA / CPN, AP

หุ้นแนะนำ: BGRIM*, TOP*, PTTEP*, ZEN*

แนวรับ: 1,540 / แนวต้าน : 1,560 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

PMI ภาคบริการจีนลดลง - Caixin Service PMI เดือนส.ค.ของจีนอยู่ที่ระดับ 51.8 ลดลงจากระดับ 54.1 ในเดือนก.ค. โดยถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เนื่องจากการชะลอตัวของอุปสงค์ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สามารถทำให้การอุปโภคบริโภคฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ

TOP ประกันคุ้มครอง – โดยไม่พบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล เผยมีทุนประกันคุ้มครองครอบคลุมครบ วงเงินประกันคุ้มครองกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท ล่าสุดประเมินน้ำมันดิบรั่วแค่ 6 หมื่นลิตร จากเดิมคาด 1 แสนลิตร กองทัพเรือมั่นใจ 2-3 วันสถานการณ์คลี่คลาย 

AIMC ยื่นฟ้อง STARK - ชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการกองทุน (AIMC) ตั้งทีมทนายยื่นฟ้องทางแพ่งกับ STARK แล้ว เหตุเอาเงินไปใช้ผิดประเภท พร้อมส่งบลจ.7-8 แห่งที่ได้รับความเสียหายให้ข้อมูลกับดีเอสไอ เพิ่มเติม 

BCH เด่นไตรมาส 3 – หากจีนเข้าไทยเพิ่ม โรงพยาบาลได้ประโยชน์ คาดคนไข้ต่างชาติเกิน 1.2 แสนรายในปีนี้ ดันรายได้ส่วนนี้โตกว่า 50% ไตรมาส 3 ผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการเพียบ มั่นใจทั้งปีรายได้แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท เล็งเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ เริ่มก่อสร้างต้นปีหน้า

 

ประเด็นติดตาม: 6 ก.ย. - US PMI/ 7 ก.ย. – CH Exports, EU GDP, US Initial Jobless Claims, TH Consumer Confidence/ 13 ก.ย. – US CPI

 (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)