วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ BCP คาดว่าจะมีกำไรพิเศษจากการที่ซื้อ ESSO ได้ในราคาถูก

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ BCP คาดว่าจะมีกำไรพิเศษจากการที่ซื้อ ESSO ได้ในราคาถูก

เราคาดว่ากำไรของ BCP จะพุ่งสูงขึ้น QoQ ใน 3Q66F เนื่องจาก i) ค่าการกลั่นดีขึ้น, ii) มีกำไรจากสต็อกน้ำมันมากขึ้น และ iii) มีกำไรพิเศษจากการซื้อหุ้น ESSO (Thailand) (ESSO.BK/ESSO TB)* ได้ในราคาถูก

โดยเราคาดว่า market GRM ของ BCP จะฟื้นตัวขึ้น QoQ เนื่องจาก spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลอยู่ที่ US$19.7/bbl (+19% QoQ), US$24.0/bbl (+71% QoQ) และ US$25.6/bbl (+76% QoQ) ในงวด 3QTD66 ตามลำดับ ในขณะที่คาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้น QoQ จากที่มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 757 ล้านบาท เพราะราคาน้ำมันดิบดูไบในงวด 3QTD66 ดีดตัวขึ้น 7%QoQ เป็น US$83.4/bbl ยิ่งไปกว่านั้น เรายังคาดว่า BCP จะบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่จากการเข้าซื้อกิจการ ESSO ใน 3Q66F โดยสาเหตุสำคัญจะมาจากมูลค่าที่ดินที่สูงขึ้น โดย ESSO ลงมูลค่าทางบัญชีของที่ดินไว้ในงบดุลที่ประมาณ 5 พันล้านบาท ในขณะที่คาดว่ามูลค่าที่ดินในปัจจุบันน่าจะเกิน 1 หมื่นล้าน
บาท นอกจากนี้ ผู้บริหารยังคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลพิเศษจากการซื้อหุ้น ESSO ได้ในราคาถูก โดยจะเน้นจ่ายผลตอบแทนจากเงินปันผลทั้งปีให้เหมาะสม หลังจากที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.50 บาท/หุ้น (กำหนดขึ้น XD วันที่ 6 กันยายน) เมื่อสองสัปดาห์ก่อน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 1.3% จากราคาหุ้นล่าสุด

ก้าวต่อไปคือการทำ tender offer สำหรับดีลการ takeover ESSO

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม BCP ดำเนินการซื้อหุ้น 65.99% ของ ESSO จาก ExxonMobil (ผู้ขาย) เสร็จเรียบร้อยที่ราคา 9.8986 บา/หุ้น หรือ 2.26 หมื่นล้านบาท โดยใช้สัดส่วนเงินสดภายในต่อสินเชื่อธนาคาร (bridging loan) ที่ 78%/22% ในขณะเดียวกันบริษัทมีแผนจะทำ tender offer เพื่อเสนอซื้อหุ้น ESSO ที่เหลืออีก 34.01% จากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ ESSO ที่ราคา 9.8986 บาท/หุ้น ระหว่างวันที่ 8 กันยายน – 12 ตุลาคม ผู้บริหารยืนยันว่ายังไม่มีเจตนาจะ delist หุ้น ESSO ออกจาก SET นอกจากนี้ ผู้บริหารยังคาดว่าจะเกิด synergy อย่างมีนัยสำคัญอย่างน้อย 3.0 พันล้านบาท จากการเข้าซื้อกิจการ ESSO (ยังไม่รวมกำไรพิเศษจากการที่ซื้อหุ้นได้ในราคาถูก) โดยในระยะสั้น BCP คาดว่าจะได้อานิสงส์จาก i) ด้านโลจิสติกส์
และอุปทานน้ำมันดิบประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากการโหลดน้ำมันดิบร่วมกัน (coloading), ii) เครือข่ายการตลาดประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์ premium ของ BCP ที่เพิ่มขึ้น และ iii) การประหยัดต้นทุนของกิจการประมาณ 1.5 พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประหยัดต่อขนาดของการดำเนินงานในส่วนของ back office สำหรับแนวโน้มในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มอัตราการกลั่นของโรงกลั่นศรีราชา (โรงกลั่นของ ESSO) จาก 131KBD ในปี 2565 จนเต็มกำลังการผลิตติดตั้งที่ 174KBD โดยคาดว่าจะใช้เวลาน้อยกว่า 6-7 ปี

 

 

Valuation

เรายังคงคำแนะนำถือ BCP และประเมินราคาเป้าหมาย SoTP ปี 2566F ที่ 39.00 บาท แต่อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าราคาหุ้น BCP จะได้อานิสงส์จากผลประกอบการที่คาดว่าจะดีขึ้นอย่างมาก QoQ ใน 3Q66F และการ takeover กิจการของ ESSO นอกจากนี้ เรายังมองว่าประมาณการกำไรเต็มปีในปัจจุบันของเราที่ 7.7 พันล้านบาทยังมี upside อีกมากกว่า 50% เพราะบริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อหุ้น ESSO ได้ในราคาถูกใน 3Q66F และส่วนแบ่งกำไรจาก ESSO ที่จะส่งมาที่ BCP ในช่วงสี่เดือนหลังของปีนี้

Risks

ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและ GRM

 

วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ BCP คาดว่าจะมีกำไรพิเศษจากการที่ซื้อ ESSO ได้ในราคาถูก