วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว Sideway Down ปิดตลาดที่จุดต่ำสุดของวัน การปรับตัวลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค หลังจากจีนรายงานยอดส่งออกเดือนก.ค. ลดลง 14.5%
ส่วนยอดนำเข้าลดลง 12.4% รวมถึงราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง กดดันหุ้นกลุ่มพลังงานได้แก่ PTT และ PTTEP อีกทั้งตลาดกังวลการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,518.44 จุด -14.07 จุด -0.92% มูลค่าการซื้อขาย 41,008 ลบ. ต่างชาติ -3,348.19 ลบ. TFEX -39,443 สัญญา ตราสารหนี้ -2,343.96 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 98 เซนต์ +1.2% ปิดที่ 82.92 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจาก EIA ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ราคาน้ำมันถูกกดดันในระหว่างวัน หลังจากจีนเปิดเผยยอดส่งออกและนำเข้าทรุดตัวลง
+ แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.1% ใน 3Q66 หลังจากมีการขยายตัว 2.0% และ 2.4% ใน 1Q66 และ 2Q66 ตามลำดับ
+ คณะรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และชาติพันธมิตร หรือโอเปคพลัส ในการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมัน
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 158.64 จุด หรือ -0.45% หลังจากมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสหรัฐ 10 แห่ง ซึ่งส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของธนาคารต่าง ๆ และแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ
- มูดีส์ปรับลดอันดับความเชื่อถือของธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐจำนวน 10 แห่งลง 1 ขั้น และประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดใหญ่ โดยจำนวน 6 แห่งมีแนวโน้มถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ
- จีนรายงานว่า ยอดส่งออกเดือนก.ค.ร่วงลง 14.5%YoY แตะที่ระดับ 2.8175 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งย่ำแย่กว่าในเดือนมิ.ย.ที่ปรับตัวลง 12.4% และร่วงลงรุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดไว้ว่าอาจลดลง 13.2%
- สรท. เปิดเผยว่าภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมิ.ย.2566 การส่งออกมีมูลค่า 24,826.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 6.4%YoY และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 848,927 ล้านบาท หดตัว 6.3%YoY 09:03 ภาพรวม 6M66 ส่งออกรวมมูลค่า 141,170.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 5.4%YoY มูลค่าในรูปเงินบาท 4,790,352 ล้านบาท หดตัว 3.1% และสรท.คงคาดการณ์ส่งออกปี 2566 ไว้ที่ -0.5% ถึง 1%
- ส.อ.ท.กังวลว่าส่งออกปีนี้ อาจติดลบเกิน 2% จากปัจจัยลบต่างๆ FED ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยฉุดเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานสูง ภาระหนี้ครัวเรือน ภัยแล้ง และหากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้ายิ่งกระทบซ้ำซ้อน
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ มีโอกาสอ่อนตัวต่อ โดยมีแรงกดดันจาก Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ โดยล่าสุดพรรคเพื่อไทยเตรียมแถลงร่วมหลายพรรค เที่ยงวันนี้ กรอบดัชนีในวันนี้ ที่ 1,510-1,525 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นได้ประโยชน์ราคาน้ำมัน : PTTEP PTT BCP ESSO
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : STEC STPI SIRI SC SKY
• หุ้นที่ได้ประโยชน์อินเดียระงับส่งออกข้าว : PRG UVAN CPI VPO
• ยอดส่งออก มิ.ย. ที่ยังเติบโตได้ดี : KSL SAPPE HANA SAT
• iPhone 15 เปิดตัว ก.ย. : COM7 SPVI CPW SYNEX
หุ้นรายงานพิเศษ
ADVANC (Bloomberg Consensus 240 บาท)
การแข่งขันในอุตสาหกรรมเริ่มลดลง
•ADVANC ผลประกอบการใน 2Q66 มีรายได้เท่ากับ 44,774 ล้านบาท -4.1%QoQ และ -1.1%YoY จากการฟื้นตัวของรายได้จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านและการฟื้นตัวของธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ถูกชดเชยกับรายได้จากการขายอุปกรณ์ที่ปรับตัวลดลงจากปัจจัยทางด้านฤดูกาล บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +6.3%QoQ และ +14.0%YoY จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ EBITDA ตามค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง และรายได้จากการขายอุปกรณ์มีสัดส่วนลดลง โดยกำไรสุทธิ 1H66 เท่ากับ 13,937 ล้านบาท เติบโต 10.0%YoY
•สำหรับแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2566 (ยังไม่รวมผลกระทบจากธุรกรรมการเข้าลงทุนใน บริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB และ 19% ของหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF) คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณ 3-5% จากปีก่อน
•ความเห็น : เรามีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัท โดยเริ่มเห็นการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ลดลง หลังจากการควบรวมของ TRUE+DTAC นอกยากนั้นบริษัทยังมีปัจจัยบวกระยะสั้นจากดีล TTTBB และ JASIF ซึ่งจะเป็น Upside เพิ่มเติม Bloomberg Consensus คาดกำไรสุทธิปี 66 ที่ 28,702 ล้านบาท แนะนำ “ซื้อ” โดยประกาศง่ายปันผล 4.00 บาท/หุ้น (XD 18/8/23) คิดเป็น Dividend Yield ราว 1.8%
หุ้นมีข่าว
(+) PTTEP (Bloomberg consensus 175.00 บาท) ศึกษาโครงการพลังงานสะอาดอื้อ รุกพัฒนากรีนไฮโดรเจนครบวงจร ที่โอมาน และลุยธุรกิจตรวจสอบ และขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตจากโดรนและดาวเทียมในพื้นที่ป่าไม้ เตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต ชูครึ่งปีหลัง ปริมาณขาย 470,000-480,000 บาร์เรลต่อวัน ดีดจากครึ่งแรก ชูปันผลงาม (ที่มา ทันหุ้น)
(+) GLOBAL (Bloomberg consensus 19.00 บาท) คาดตัวเลข SSSG ในครึ่งปีหลัง 2566 เริ่มฟื้น หวังพลิกบวกไตรมาส 4/2566 คาดราคาเหล็กในช่วงที่เหลือของปีจะเริ่มดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ เตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 4 สาขา คาดสิ้นปี 2566 มีสาขาทั้งหมด 84 สาขา และขยายสาขาในต่างประเทศต่อเนื่อง คาดแตะ 101 สาขาภายในปี 2568 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SIRI (Bloomberg consensus 2.24 บาท) โชว์ผลงาน 7 เดือน มีรายได้ในมือที่รองรับแล้วกว่า 70% คิดเป็น 29,700 ล้านบาท จากเป้ารายได้การขาย 41,000 ล้านบาท พร้อมจ่อคิวบุ๊กโอนอีก 3 โครงการ มูลค่า 3,100 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายรอบ 7 เดือน ล่าสุดทะลัก 27,000 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังเตรียมเปิด 39 โครงการใหม่ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) THREL (Bloomberg consensus 4.50 บาท) รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น หนุนพอร์ตลงทุนยิลด์สวย ผู้บริหาร "สุทธิ รจิตรังสรรค์" ส่งซิกครึ่งหลังปี 2566 แจ่ม ผลบวกอัตราเบี้ยใหม่ แถมวางหมากปี 2567 ผลงานโตต่อเนื่อง รับอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ-โปรดักต์ใหม่เสริม ขณะที่ Q2/2566 งบพลิกกลับมาทำกำไร 32 ล้านบาท จากไตรมาสแรกที่ขาดทุน (ที่มา ทันหุ้น)









