โอกาสเพื่อไทยนำจัดตั้งรัฐบาลไม่เปลี่ยน แต่โอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีอาจลดลง สถานการณ์การเมืองยังอยู่ในช่วงหยุดชะงักระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 16 ส.ค.
ขณะเดียวกันปัจจัยแวดล้อมหลายๆอย่าง รวมถึงอำนาจต่อรองของพรรคเพื่อไทยกับพรรคอื่นๆ ที่อาจไม่ได้สูงดังที่เพื่อไทยประเมิน (โดยเฉพาะหากพรรคก้าวไกล ปฏิเสธที่จะโหวตสนับสนุนแคนดิเดจนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย) ทำให้การเจรจาต่อรองทางการเมืองมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลมีความเสี่ยงที่จะล่าช้าไปถึง ก.ย. ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะจำกัดความเคลื่อนไหวของภาพรวมหุ้นไทย โดยเฉพากลุ่มหุ้นใหญ่ที่ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินต่างชาติ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลาง-เล็กจำนวนมากที่มีแนวโน้มผลการดำเนินงานดี มีราคาไม่แพง หรืออยู่ในสถานะที่มีการถือครองต่ำ มีโอกาสกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีมากขึ้น
น้ำมันดิบที่ upside risk ซึ่งจะเป็นบวกกับหุ้นพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่องตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากอุปทานที่ตึงตัว และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะเดียวกันการที่โอเปคพลัสกล้าเพิ่มระดับการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อทดสอบภาวะความตึงตัวของอุปทาน เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา ซึ่งหากอุปทานจากสหรัฐฯ หรือแหล่งอื่นๆ ไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นมา เราอาจเห็นความเสี่ยงทางกลุ่มโอเปคและพันธมิตรจะเข้าแทรกแซงน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นลบกับภาพรวมการลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตามอาจเป็นบวกกับ SET Index เนื่องจากกำไรบจ.ของไทยมาจากกลุ่มพลังงานถึง 31% ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น จึงส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรของหุ้นไทย และเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะต้นน้ำ (สำรวจและผลิต) รวมถึงโรงกลั่น โดยหุ้นที่เราชอบ ได้แก่ PTTEP, TOP และ OR โดยมอง ESSO-BCP น่าสนใจในเชิงเก็งกำไรจากดีลเข้าซื้อ ESSO ที่น่าจะประกาศราคาเข้าซื้อหลังรายงานผลประกอบการไตรมาสนี้
ภาพรวมกลยุทธ์: หุ้นใหญ่ถูกถ่วงจากแรงขายต่างชาติหลังการเมืองไม่ชัดเจน บรรยากาศเก็งกำไรรายตัวยังเป็นบวก กลุ่มที่น่าสนใจช่วงนี้คือ 1) หุ้นขนาดกลางขนาดเล็กที่เริ่มถูกหมุนมาเก็งกำไร 2) กลุ่มท่องเที่ยวที่ผลประกอบการจะออกมาดี 3) กลุ่มอิงภายนอกที่ดีต่อในครึ่งหลังมีแค่พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น (แต่ระยะสั้นอาจต้องระวังผลประกอบการ) ขณะที่ปิโตรเคมีจะแย่ยาว ทำให้เหมาะแค่การเก็งกำไร
หุ้นแนะนำ: CPN*, TPCH*, ESSO*, SAMART*
แนวรับ: 1,520-1,528 / แนวต้าน : 1,535-1,545 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาด – โดยเพิ่มขึ้น 187,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. (คาดการณ์ 200,000 ตำแหน่ง) ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.5% (คาดการณ์ 3.6%) ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.4% yoy หรือ 0.4% mom ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2% yoy หรือ 0.3% mom
ตลาดหลักทรัพย์ เผยแพร่ดัชนีหุ้นไทยใหม่ 1 ม.ค. 67 – เตรียมเผยแพร่ดัชนีใหม่ SET50FF และ SET100 SET100FF โดยเป็นหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีเช่นเดียวกับดัชนี SET50 และ SET100 แต่การคำนวณน้ำหนักของหลักทรัพย์ในดัชนีจะใช้ Free Float
สล็อตฤดูหนาวพุ่ง AOT รอรับเที่ยวบิน – เที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานสำคัญเร่งตัวขึ้นเฉลี่ยแรงถึง 45-55% สุวรรณภูมิ จองพุ่ง 43.6% เทียบตารางการบิน ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 47.3% yoy แย้มสามารถจัดสรรเพิ่มได้อีกราว 436 เที่ยวบินต่อวัน
KSL มองราคาน้ำมันขาขึ้น – มองครึ่งหลังปี 2566 โดดเด่น คาดราคาน้ำตาลทรายดิบและน้ำตาลทรายขาวเฉลี่ยระดับสูงกว่า 24-25 เซ็นต์ต่อปอนด์ และ 600-700 ดอลลาร์ต่อตัน มั่นใจรายได้ปี 23 โตตามเป้า 20% พร้อมมองปริมาณอ้อยปี 24 อาจหดตัวตามปริมาณฝนที่ลดลง หนุนราคาปีหน้ายังทรงตัวระดับสูงได้ต่อ
ประเด็นติดตาม: 8 ส.ค. – CH Export, TH CPI/ 10 ส.ค. – US CPI, Initial Jobless Claims/ 11 ส.ค. – US PPI, TH Consumer Confidence
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









