วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ตลาดไม่ค่อยกลัวการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% คามคาด แต่ประเมินเศรษฐกิจไม่เกิดการถดถอย การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดสู่ 5.25-5.50%

ทั้งนี้โทนโดยรวมของการแถลงข่าวค่อนข้างพูดถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและการจ้างงาน และการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจต่อจากนี้ แต่การแสดงความเห็นว่าเฟดมองว่าอาจจะไม่เกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจขึ้นในช่วงปีนี้ ซึ่งเป็นมุมมองที่ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตรทั่วไปประเมิน ทำให้ตลาดยังคงจิตวิทยาเชิงบวกและไปให้ความสนใจกับการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ซึ่งภาพรวมนังออกมาดี

ความไม่ชัดเจนการเมืองทำให้อัพไซด์ไม่เยอะ แต่ความเสี่ยงทางลงก็ดูจำกัด แม้ภาพการเมืองในระยะสั้นจะดูมีความไม่ชัดเจนเป็นปัจจัยกดดันต่ออำไซด์การลงทุน จากการที่รัฐสภาเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรี 27 ก.ค. เพื่อรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การส่งสัญญาณกลับไทยของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 10 ส.ค. ทำให้นักลงทุนประเมินการเมืองจะมีข้อสรุปและความชัดเจนในระยะเวลาที่ไม่นานจนเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยจำกัดความเสี่ยงทางลงของตลาดเช่นกัน อย่างไรก็ตามอาจเห็นความผันผวนจากการเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวบ้าง
 

กลุ่มโรงแรม (น้ำหนักเท่าตลาด) เราคาดผลประกอบการไตรมาส 2/66 ของกลุ่ม จะมีกำไรรวม 3.1 พันล้านบาท (+385% QoQ และ +258% YoY) โดยหุ้นที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งตามลำดับ ได้แก่ MINT, ERW, AWC และ CENTEL โดยเราให้ MINT เป็นหุ้นเด่น จากการที่ยังเป็น laggard play และซื้อขายด้วย EV/EBITDA ที่ 10-11x คิดเป็น -1SD ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ย

กลุ่มค้าปลีก (น้ำหนักมากกว่าตลาด) ภาพรวมผลประกอบการคาดว่าจะยังเห็นการรายงานกำไรเติบโตเทียบจากปีก่อนนำโดย CAPLL และ COM7 ขณะที่ BJC ผลดีจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงเพิ่งเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส ทำให้ผลดีจะไปเห็นในช่วงของงบไตรมาส 3/66 แม้ระยะสั้นความไม่ชัดเจนการเมืองจะกดดันความเชื่อมั่นการบริโภค แต่เรายังคงมองเมื่อการเมืองมีความชัดเจน การผลักดันการใช้จ่ายภาครัฐและการออกนโยบายต่างๆ จะเป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภค และเรายังคงให้ CPALL เป็นหุ้นเด่น 
 

ภาพรวมกลยุทธ์: เลือกเก็งกำไรรายตัว อาจต้องระวังความผันผวนจากการเข้าสู่ช่วงหยุดยาวและต่างชาติเริ่มปิดสถานะ TFEX เมื่อวาน กลุ่มทีน่าสนใจช่วงนี้คือ 1) หุ้นขนาดกลางขนาดเล็กที่เริ่มถูกหมุนมาเก็งกำไร 2) กลุ่มท่องเที่ยวที่ผลประกอบการจะออกมาดี 3) กลุ่มอิงภายนอกที่ดีต่อในครึ่งหลังมีแค่พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น (แต่ระยะสั้นอาจต้องระวังผลประกอบการ) ขณะที่ปิโตรเคมีจะแย่ยาว ทำให้เหมาะแค่การเก็งกำไร 

หุ้นแนะนำ: SPA*, BABA80*, ASW*, TPCH*

แนวรับ: 1,510-1,517 / แนวต้าน : 1,535-1,540 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

พลังงาน คาดแนวโน้มค่า Ft งวด.ใหม่ก.ย.-ธ.ค.ดีขึ้น - เนื่องจากราคา LNG นำเข้าจากตลาดได้อ่อนตัวลง การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เสนอข้อคิดเห็นไปยังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานถึงแนวทางที่อาจพิจารณาในการคำนวณค่า Ft ได้

GIFT เข้าลงทุน ALT - โดยการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ ALT ร้อยละ 40 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วของ ALT ภายหลังการเพิ่มทุน มูลค่าทั้งสิ้น 625,900,000 บาท โดย ALT จะนำเงินเพิ่มทุนในส่วนนี้ไปซื้อหุ้นสามัญของ MLT จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ MLT 

 

ประเด็นติดตาม: 26 ก.ค. – US New Homes Sales, Fed Interest Rate Decesion/ 27 ก.ค. – ECB Interest Rate Decision, US GDP, TH Manufacturing PMI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)