วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ CKP ประมาณการ 2Q66F: ยังทรมานกับผลกระทบจาก El Niño

วันที่ 10 สิงหาคม เราคาดว่า CKP จะรายงานกำไรสุทธิใน 2Q66F จะอยู่ที่ 23 ลบ. (จากขาดทุนสุทธิ 104 ลบ. ใน 1Q66, -97% YoY) แต่หากไม่รวมกำไร FX 11ลบ. กำไรหลักจะอยู่ที่ 12 ลบ. (จากที่ขาดทุนหลัก 104 ลบ. ใน 1Q66, -99% YoY)
เราคาดว่าผลขาดทุนสุทธิใน 1H66F จะอยู่ที่ 81 ลบ. (จากที่มีกำไรสุทธิ 903 ลบ. ในงวด 1H66) เนื่องจากกระแสน้ำลดลงจากภาวะ El Niño
รับมือกับกระแสน้ำที่ลดลง และวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น
ผลประกอบการที่ดีขึ้น QoQ จะเป็นเพราะผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโครงการไซยะบุรี (จากปัจจัยฤดูกาล และบางส่วนจากกำไร FX) และ BIC1-2 (SPPs) ทั้งนี้ ยอดผลิตไฟฟ้าของไซยะบุรีเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เป็น 1,265GWh (+3% QoQ, -41% YoY) เนื่องจากกระแสน้ำเข้าเขื่อนจากอ่างเก็บน้ำ Xiaowan และ Nuozhadu ในประเทศจีนอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ยิ่งดอกเบี้ยสูงขึ้น และยาวนานขึ้นแค่ไหน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของโครงการไซยะบุรีก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น ส่วนปริมาณผลิตไฟฟ้าของ NN2 อยู่ที่ 319GWh (-8% QoQ,-25% YoY) จากการใช้แนวทางการผลิตอนุรักษ์นิยม ขณะเดียวกัน ผลประกอบการ CKP ที่แย่ลงมาก YoY เป็นเพราะโรงไฟฟ้าพลังน้ำอ่อนแอ โดยดูเหมือนจะมีเพียง BIC1-2 เท่านั้นที่กำไรจะดีขึ้นทั้ง QoQ
และ YoY จากราคาก๊าซลดลง แม้ว่าค่า Ft เฉลี่ยจะลดลง QoQ เหลือ 1.12 บาท/kWh (-0.42)
ยังไม่ชัดเจนว่าภาวะ El Niño จะลากยาวไปถึงไหน
ตามปกติแล้ว ภาวะ El Niño จะกินเวลาประมาณ 9-12 เดือน หรือบางครั้งอาจยาวเป็นปี ๆ ก็ได้ และจะเกิดขึ้นทุก ๆ 2-7 ปีโดยไม่มีกำหนดแน่นอน สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 66 มีความน่าจะเป็นถึง 95% ว่าจะเกิดภาวะ El Niño (สูงว่าที่คาดเอาไว้ก่อนหน้านี้) ก่อนที่ลดลงเหลือ 70-90% ใน 1Q67 และ 60% ใน2Q67 (Figure 3) ทั้งนี้ เราคาดว่าใน 2H66 CKP จะยังคงได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ El Niño และดอกเบี้ยขาขึ้นที่ยาวนานขึ้น ดังนั้น เราจึงคาดว่าต้นทุนภาระหนี้ของโครงการไซยะบุรี ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3%ใน 1Q66 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในช่วง 6.4%-6.5% ทั้งนี้เรายังคงคาดว่ากำไรใน 3Q66F จะเป็นจุดสูงสุดในรอบปี 66F จากปัจจัยฤดูกาล ก่อนที่จะกลับมาลดลง QoQ ใน 4Q66F นอกจากนี้ โครงการ NN2 ยังมีกำหนดจะเริ่มทำ overhaul รอบใหญ่ใน 4Q66 อีกด้วย
Valuation & Action
เนื่องจากผลประกอบการฟื้นตัวช้า ขณะที่ยังมีปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างเช่นสภาวะอากาศ เราจึงแนะนำให้นักลงทุนกระแสหลักรอดูสถานการณ์ไปก่อน เราคาดว่า ROE ของ CKP จะอยู่ในช่วง 3-4% ในปี 2566F-68F ซึ่งต่ำกว่าระดับ peak ของบริษัทที่ 6-6.5% ในปี 2564-65 อีกไกล ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าราคาหุ้นในปัจจุบันจะอยู่ที่ระดับใกล้เคียง P/BV เฉลี่ยในอดีต -2S.D. แต่เรายังไม่เห็นปัจจัยที่จะมาช่วยกระตุ้นราคาหุ้น ดังนั้นเราจึงยังแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 4.00 บาท เรามองว่า Upside จะมาจากโครงการใหม่ ๆ ที่มีขนาดใหญ่ และกระแสน้ำเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นกว่าคาด
Risks
มีการปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย







