DXY Index / USDTHB ratio เริ่มเร่งขึ้น และยอดซื้อขายสะสม เร่งตัวขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน ทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตร
Today’s dominant ideas
ทางเทคนิค คาด SET Index Sideways Down แนวต้าน 1,540 จุด (EMA 75 วัน) แนวรับ 1,517/1,515 จุด (EMA10/25 วัน) โดยดัชนีฯ อยู่ระหว่างการปรับลดลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ 1,515 จุด ของรูปแบบขาขึ้น Up Channel กรอบ 1,488-1,540 จุด หลังจากไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญ 1540 จุดขึ้นไปได้ ทั้งนี้ สัญญาณขาย (Sell Signal) จะเกิดขึ้นต่อเมื่อดัชนีฯ ร่วงต่ำกว่า 1,515 จุด โดยมีจุดซื้อคืนใหม่ที่ 1,488 จุด
ประเด็นสาคัญวันนี้ KTX มีมุมมองเชิงบวกต่อเงินลงทุนของต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามาทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น จากปัจจัย 3 ส่วน ได้แก่ 1. ยอดซื้อขายสะสมเร่งตัวขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน ทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร (Figure 1) โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตร ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเมื่อวานนี้เพียงวันเดียวสูงถึง 1.54 หมื่นล้านบาท (Vs. 2.84 หมื่นล้านบาท MTD) 2. DXY Index/USDTHB (Figure 2) เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ให้การสนับสนุน การไหลเข้าของเงินลงทุนต่างชาติ จากอัตราส่วนของค่าเงินที่แสดงให้เห็นถึงการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทนั้นมาจากการที่มีกระแสเงินไหลเข้าไม่ได้เป็นเพียงการอ่อนค่าลงของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ 3. เครื่องมือ USDTHB Carry trade (Figure 3) ยังอยู่ในโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะกลาง (ค่าเฉลี่ย 60 วัน) แต่เรามองว่า USBTHB Carry trade เข้าสู่จุดกลับตัวแล้ว (-1.5 S.D.)
รายงานผลประกอบการ 2Q23E ของหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินไทย วานนี้ BBL รายงานกำไรสุทธิสูงกว่าคาดการณ์ +11% แต่ BAY รายงานกำไรสุทธิต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย ส่วนธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ คาดประกาศงบการเงิน (วันนี้) โดย Bloomberg Consensus คาด KTB รายงานกำไรเติบโตดี +22.4% YoY ซึ่งจะเป็นเป้าหมายของเงินลงทุนจากต่างชาติที่สนใจลงทุนในหุ้นไทย โดยกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่คาดว่าจะรายงานกำไรสูงขึ้น เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของ NIM (ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้นช่วยเพิ่ม Loan Yield)
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ ธนาคาร BBL SCB และหุ้นขนาดใหญ่อย่าง CPALL ซึ่งเป็นเป้าหมายการลงทุนของเงินลงทุนจากต่างชาติในช่วงที่ Flows ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นบ้านเรา
Strategic daily picks
BBL ปิด 164.00 บาท/แนวรับ 160.00 บาท แนวต้าน 166.50 บาท
BBL รายงานกำไร 2Q23 อยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท (สูงกว่าคาดการณ์ของ Bloomberg Consensus 11%) เพิ่มขึ้น 62.2% YoY ส่งผลงวด 1H23 รายงานกำไร 2.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.2% YoY เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 36% สอดคล้องกับภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จากอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเงินรับฝากและการปรับอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าสู่ระดับเดิมตั้งแต่ต้นปี 2023 ทั้งนี้ Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 185.52 บาท
SCB ปิด 111.00 บาท/แนวรับ 108.50 บาท แนวต้าน 115.00 บาท
คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2023 ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท จากการตั้งสำรองฯ ที่ลดลง และเริ่มรับรู้รายได้แบบเต็มปีจากธุรกิจใหม่ คาดผลประกอบการแข็งแกร่งขึ้นทั้ง QoQ, YoY ใน 2Q23 จากอานิสงส์แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ช่วยผลักดัน NIM ดีขึ้น กอปรกับคาด Credit Cost จะมีเสถียรภาพขึ้น หลังตั้งสำรองมากแล้วใน 1Q23
CPALL ปิด 62.75 บาท/แนวรับ 61.25 บาท แนวต้าน 64.75 บาท
คาดการณ์กำไรปกติและรายได้ใน 2Q23 เพิ่มขึ้น QoQ, YoY เพราะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่เติบโตแข็งแกร่ง รวมทั้งคาด SG&A/Sales เพิ่มขึ้น ตามค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าไฟที่สูงขึ้น Consensus มีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มกำไรปกติใน 2H23 และคาดโตเด่น YoY, HoH ด้วยแรงหนุนจาก 1) CVS โตแข็งแกร่ง 2) ค่าไฟลดลง และ 3) ส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT ดีขึ้น









