กำไรสุทธิของ BBL ใน 2Q66 อยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท (+11% QoQ, +62% QoQ) ดีกว่าประมาณการของเรา/consensus 12%/11% เพราะกำไรจาก FVTPL สูงเกินคาด
แต่หากไม่รวมรายการนี้ กำไรใน 2Q66 จะสูงกว่าประมาณการของเรา 4% ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 1H66 อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 65% ของประมาณการเต็มปีของเรา
สินเชื่อระหว่างประเทศหนุนให้สินเชื่อโต
สินเชื่อรวมขยายตัว 2% QoQ และ 0.6% YTD เนื่องจากสินเชื่อระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 10% QoQ และ ~27% YoY ในขณะที่สินเชื่อในประเทศยังคงอ่อนแอ และอยู่ในโหมดหดตัว
NIM ดีขึ้นจากการปล่อยกู้ในตลาดเงิน (MM) และการลงทุนในตราสารหนี้
NIM โดยรวมขยับเพิ่มขึ้น 14bps QoQ และ 70bps YoY โดยยีลด์จากการปล่อยกู้ในตลาดเงิน และการลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามยีลด์สินเชื่อเพิ่มขึ้นเพียง 10bps ซึ่งช้ากว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 20bps เราอาจจะกล่าวได้ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ NIM ดีขึ้นคือโครงสร้างสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป
รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงมากกว่าที่คาด แต่ยังมีกำไรจาก FVTPL มาช่วยหนุน
รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงประมาณ 8% QoQ และ 2% YoY เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนลดลงอย่างไรก็ตาม ธนาคารบันทึกกำไรจาก FVTPL ก้อนใหญ่ถึง 3.3 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ ธนาคารได้นำกำไรพิเศษจาก FVTPL บางส่วนมาลงในเงินลงทุนระบบ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ทำให้คชจ.ดำเนินงานเร่งตัวขึ้น
คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น – เพิ่มส่วนรองรับหนี้เสียขึ้นอีก
ตัวเลข NPLs ลดลง 5% QoQ และ 11% YoY ในขณะเดียวกัน สำรองที่ตั้งเพิ่งในไตรมาสนี้ทำให้สัดส่วน NPL coverage เพิ่มขึ้นเป็น 285% (จาก 265% ในไตรมาสก่อน)
Valuation & Action
เนื่องจากกำไรสุทธิใน 1H66 คิดเป็น 65% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ดังนั้น เราจึงมองว่าประมาณการกำไรของเรายังมี upside อีก เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 186 บาท (PBV ที่ 0.65x)
Risks
NIM ลดลง, NPLs เพิ่มขึ้นทำให้ต้องกำหนด credit cost เพิ่มขึ้น.









