วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลกำไรบจ.ไทย และสหรัฐฯ

ทางเทคนิค คาด SET Index ปรับตัวสูงขึ้น แนวต้าน 1,540 จุด (EMA 75 วัน)/1,550 จุด แนวรับ 1,527/1,515 จุด (EMA25/10 วัน) โดยดัชนีฯ มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากอิทธิพลของการฟอร์มตัวเป็นรูปแบบ Up Channel กรอบ 1,488-1,540 จุด

และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิม 1,570 จุด ได้อีกครั้ง หากการปรับฐานของดัชนีฯ รอบใหม่ไม่ต่ำกว่า 1,520 จุด

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลกำไรบจ.ไทย และสหรัฐฯ

ประเด็นวันนี้อยู่ที่

1. รายงานผลประกอบการ 2Q23E ของ a) กลุ่มสถาบันการเงินไทย BBL KTB BAY คาดประกาศงบการเงิน (วันนี้หรือพรุ่งนี้) โดย Bloomberg Consensus คาดว่า BBL KTB BAY จะรายงานกำไรเติบโตดี +46.0% YoY, +22.4% YoY และ +8% YoY ตามลำดับ ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ คาด KTC รายงานกำไรลดลง YoY, QoQ เป็นผลจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ตาม NPL ที่เร่งตัวขึ้น (Figure 2) โดยกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่คาดว่าจะรายงานกำไรสูงขึ้น เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของ NIM (ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้นช่วยเพิ่ม Loan Yield) การเติบโตของสินเชื่อรวม (กิจกรรมเศรษฐกิจ ฟื้นตัว โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อธุรกิจ) และกำไรจากการลงทุน (FVTPL) ช่วยลดการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวม และค่าใช้จ่ายตั้งสำรอง ECL b) บจ.สหรัฐฯ จับตารายงานผลกำไร J&J, Netflix, Phillip Morris, Travelers (Figure 1) โดยเราคาดว่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ หากออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์


2. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสาคัญของสหรัฐฯ อาทิ US Conference Board Leading Index เดือน มิ.ย. โดย Consensus คาด -0.6% MoM (Vs เดือน พ.ค. -0.7% MoM), Weekly Initial Jobless Claims คาด 242k (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า 237k) ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีกำหนดการประชุมเฟดและรายงาน 2Q23E GDP Growth วันที่ 27 ก.ค.

 

 

ส่วนประเด็นบวก คือ หลังปิดตลาดหุ้นวานนี้ คือ รัฐสภามีมติ 395 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 715 คนที่เข้าร่วมประชุม เห็นด้วยต่อการโหวตเสนอชื่อคุณพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถทำซ้ำได้ในสมัยประชุมนี้ ซี่งมติดังกล่าว ทำให้โอกาสของคุณพิธา จากพรรคก้าวไกล ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสิ้นสุดลง ในทางตรงกันข้ามจะเป็นการเปิดโอกาสต่อพรรคเพื่อไทยที่มีโอกาสถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไป (Positive ต่อตลาดหุ้นไทย) อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ต้องระวัง คือ ม็อบนอกสภาอาจมีความรุนแรง และลุกลามจนกระทบต่อภาคท่องเที่ยวและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ KKP TCAP บนคาดการณ์ว่าจะเป็นธนาคารที่สามารถจ่ายปันผลระหว่างกาลด้วยยิลด์ที่สูง และ SCC คาดว่าจะประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ดีขึ้น เทียบ 2H22

 

Strategic daily picks

KKP    ปิด 60.75 บาท/แนวรับ 59.00 บาท แนวต้าน 63.25 บาท

คาดกำไร 2Q23 เติบโต YoY และ QoQ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นต่อจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อและการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้น และยังประมาณการกำไรปี 2023 ที่ 7.76 พันล้านบาท

 

TCAP   ปิด 50.25 บาท/แนวรับ 48.50 บาท แนวต้าน 52.00 บาท

คาดกำไรใน 2Q23 จะเพิ่มขึ้น YoY เพราะบริษัทลูกฯ มีการตั้งสำรองฯ ลดลง และประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 5.82 พันล้านบาท

 

SCC    ปิด 324.00 บาท/แนวรับ 319.00 บาท แนวต้าน 337.00 บาท

คาดกำไรสุทธิ 2Q23 ที่ 4.81 พันล้านบาท -51.6% YoY กดดันจากภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งส่วนต่างปิโตรเคมี HDPE PP PVC BD ถูกกดดันจากปัญหาอุปทานล้นตลาด ท่ามกลางอุปสงค์ได้รับผลกระทบปัจจัยมหภาค คาด 2H23 และปี 2024 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการย้ายฐานผลิตของจีน

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นผลกำไรบจ.ไทย และสหรัฐฯ