ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways เพื่อรอลุ้นผลโหวตนายกรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ แนวรับ 1,488/1,480 จุด แนวต้าน 1,505/1,512 จุด (EMA 25 วัน) อิงปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันวานนี้ ที่ปรับลดลงเหลือเพียง 3.4 หมื่นล้านบาท และดัชนีฯ แกว่งตัวในกรอบจำกัด 12 จุด
ทั้งนี้ สัญญาณทางเทคนิคยังไม่ยืนยันว่าเป็นทิศทางขาขึ้น โดยสัญญาณ Buy Signal จะเกิดขึ้นต่อเมื่อดัชนีฯ สามารถยืนเหนือระดับ 1,520 จุด เพื่อสร้างรูปแบบ Up Channel ไปทดสอบแนวต้าน 1,570 จุด
ประเด็นวันนี้ ปัจจัยต่างประเทศจะให้ความสนใจต่อรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. โดย KTX คาดอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. หากเทียบ YoY อาจเป็นจุดต่าสุดปีนี้ (Consensus คาด +3.1% YoY ลดลงจากเดือน พ.ค. ที่ 4% YoY) (Figure 1) เป็นผลจากการได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วง High Base Effect เป็นเดือนสุดท้าย หลังจากนี้จะได้ประโยชน์ลดลงตามลาดับ ขณะที่เงินเฟ้อเทียบ MoM คาดว่าจะเร่งขึ้น (Consensus คาด +0.3% MoM Vs เดือน พ.ค. +0.1% MoM) เป็นผลจากแรงหนุนเงินเฟ้อจาก Cost Push & Demand Pull กลับมาเร่งขึ้น MoM ได้แก่ ราคาน้ามันกลับมาเร่งขึ้น +3.7% MoM (Vs -11.3% MoM ในเดือน พ.ค.) (Figure 3) ผนวกกับ ISM ภาคบริการเดือน มิ.ย. พุ่งขึ้นเหนือคาดหมายเป็น 53.9 (Vs เดือน พ.ค. 50.3) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. พุ่งแตะ 109.7 (Vs เดือน พ.ค. 102.5) (Figure 4) ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน Core Inflation เดือน มิ.ย. คาดปรับลดลงจาก High Base เช่นกัน (Consensus คาด +0.3% MoM +5%YoY Vs เดือน พ.ค. อยู่ที่ +0.4% MoM, +5.3% YoY) ทั้งนี้ เราคาดว่าการปรับตัวลดลงของเงินเฟ้อ YoY ใน 2H23E มีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้จากัด หรือพลิกกลับมาปรับสูงขึ้น เนื่องจากไม่ได้รับประโยชน์จากฐานสูงปีก่อน (High Base Effect) แล้ว (Figure 2) ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลง แต่ยังห่างจากกรอบเป้าหมายของเฟดที่ 2% จะส่งผลให้ผลประชุมเฟดในวันที่ 26 ก.ค. มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% (สอดคล้องกับคาดการณ์ของ CME FedWatch Tool)
ส่วนปัจจัยในประเทศ นอกเหนือจากการรอลุ้นผลโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้แล้ว ตลาดจะให้ความสนใจต่อรายงานผลประกอบการ 2Q23 ของกลุ่มธนาคารไทย ซึ่งจะเริ่มประกาศเป็นวันแรก นำโดย TISCO (Consensus คาดรายงานกาไร 1.78 พันล้านบาท -3.5% YoY, -0.5% QoQ) เป็นผลจากส่วนต่างดอกเบี้ยรับที่ลดลง หลังดอกเบี้ยเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้น โดย Bloomberg Consensus คาดกำไรสุทธิ 2Q23E ของ 8 ธนาคารฯ อยู่ที่ 5.84 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +13.9% YoY, -0.6% QoQ เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของ NIM (ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้นช่วยเพิ่ม Loan Yield) การเติบโตของสินเชื่อรวม +0.5% YoY, +0.7% QoQ (กิจกรรมเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อธุรกิจ) และกำไรจากการลงทุน (FVTPL) ช่วยลดการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวม (Operation Expenses และค่าใช้จ่ายตั้งสารอง ECL โดยธนาคารมี Coverage Ratio ใน 1Q23 ที่ 181% และคาดลดลงเหลือ 177% ใน 2Q23E) โดยธนาคารที่คาดรายงานกาไรสุทธิ 2Q23E เติบโต YoY, QoQ คือ BBL KBANK และธนาคารที่รายงานกาไรเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ เล็กน้อย ได้แก่ TTB KTB BAY SCB ส่วนธนาคารที่คาดรายงานกาไรสุทธิลดลง YoY, QoQ คือ TISCO KKP
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นกลุ่ม Large Market Cap ที่คาดว่าจะจ่ายปันผลระหว่างกาล ได้แก่ PTT PTTEP บนคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนปันผลที่ดี จะช่วยทำให้ความเสี่ยงขาลงมีจำกัด (ดูรายงาน Special Report วานนี้) และในทางตรงกันข้าม อาจได้รับผลบวกแรง หากตลาดมี Positive Surprise และแนะนำ BBL บนคาดการณ์ว่าจะเป็นธนาคารที่รายงานกำไร 2Q23E เติบโตดีสุดในกลุ่มธนาคาร
Strategic daily picks
PTT ปิด 34.00 บาท/แนวรับ 32.00 บาท แนวต้าน 36.25 บาท
PTT มีการปรับแผนการลงทุนสำหรับปี 2023 จาก 3.33 หมื่นล้านบาท เป็น 9.36 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำไรของธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน (Future Energy&Beyond) ให้เป็น 30% ในปี 2030 โดยเน้นธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 2Q23 เพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY และปริมาณขายลดลง YoY, QoQ รวมทั้งประมาณการกำไรทั้งปี 2023 ที่ 9.82 หมื่นล้านบาท พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 37.35 บาท
PTTEP ปิด 152.00 บาท/แนวรับ 149.00 บาท แนวต้าน 155.50 บาท
KTX คาด PTTEP จะรายงานกำไรสุทธิ 20.1 พันล้านบาท ใน 2Q23E (-2% YoY, +4% QoQ) โดยรวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (oil hedging gain) ราว 1.3 พันล้านบาท ในไตรมาสดังกล่าว ขณะที่เราคาดบริษัทมีกำไรปกติที่ 18.8 พันล้านบาท ใน 2Q23E (-15% YoY, -6% QoQ) กดดันจากปริมาณการขายที่คาดจะเป็นไตรมาสต่ำสุดของปี และต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) ที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่คาด effective tax rate ลดลง YoY และ QoQ เป็น 40% จากการเพิ่มขึ้นของส่วนสนับสนุนปริมาณขายของโครงการ G2/61 และโครงการแอลจีเรีย ที่มีอัตราภาษีจ่ายต่ำ ทั้งนี้ KTX มอง PTTEP เป็น value stock จาก 2023-24E earnings yield ที่ดึงดูดใจราว 10-11% และคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5% ต่อปี รวมทั้งประเมินมูลค่าเหมาะสม (12M FV) ที่ 169 บาท อิงวิธี Earnings Yield
BBL ปิด 158.00 บาท/แนวรับ 155.00 บาท แนวต้าน 164.00 บาท
Consensus ประมาณการกำไรสุทธิใน 2Q23 ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท (+49% YoY) เนื่องจาก NIM ปรับตัวขึ้นได้ดี เพราะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ประกอบกับการตั้งสำรองลดลง จากที่มีการตั้งเผื่อไว้มากแล้ว และ coverage ratio สูงมาก ขณะที่สินเชื่อรวมลดลง YoY, QoQ จากสินเชื่อรายใหญ่ที่มีการชำระคืน ทั้งนี้ Consensus คาดกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.81 หมื่นล้านบาท (+30% YoY) จากแนวโน้มการตั้งสำรองลดลงต่อเนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมามีการตั้งเผื่อไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 185.20 บาท









