เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BH ใน 2Q66F จะอยู่ที่ 1.30 พันล้านบาท (+11.6% YoY, -17.8% QoQ) คิดเป็น 24.2% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 5.39 พันล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อเทียบ YoY เราคาดว่าโมเมนตัมกำไรของ BH จะยังคงเป็นบวกจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของผู้ป่วยต่างชาติจากการที่ประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศ ดังนั้น BH จึงได้อานิสงส์เต็ม ๆ ในฐานะที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพราะมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูงเกิน 65% ตั้งแต่ 2H65 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า BH จะได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ต่ำตามฤดูกาลจากทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติใน 2Q66F เพราะ i) เทศกาลสงกรานต์และมีวันหยุดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานโดยรวมจะยังคงถูกขับเคลื่อนโดยฐานผู้ป่วยที่แข็งแกร่ง ซึ่งใช้การรักษาประเภท intensity สูง YoY จากการที่ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการตั้งแต่ 3Q65 เราคาดว่าประเด็นสำคัญที่น่าสนใจในผลประกอบการ 2Q66F มีดังนี้
i) คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 12.0% YoY แต่จะลดลง 9.2% QoQ อยู่ที่ 5.49 พันล้านบาท
ii) คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 46.0% จาก 46.2% ใน 2Q65 และ 47.9% ใน 1Q66
iii) คาดว่าสัดส่วน SG&A/รายได้จะอยู่ที่ 18.0% จาก 17.7% ใน 2Q65 และ 18.2% ใน 1Q66
สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยไทยใน 2Q66F น่าจะอยู่ที่ 35% ในขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะอยู่ที่ 65% จาก 38:62 ใน 2Q65 และ 33:67 ใน 1Q66 นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BH ใน 1H66F จะอยู่ที่ 2.89 พันล้านบาท (+52.6% YoY) คิดเป็น 58.4% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
กำไรใน 3Q66 มีแนวโน้มจะแข็งแกร่งขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
หากมองไปข้างหน้า เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ BH ใน 3Q66F จะแข็งแกร่งขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง (หลังเทศกาลรอมฎอน) และผู้ป่วยไทยที่มีรับการรักษาประเภท intensity สูง เรามองว่า BH ยังดูโดดเด่นในแง่การยอมรับในคุณภาพ เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลในประเทศไทยและในภูมิภาค ASEAN โดย Newsweek ได้จัด BH อยู่ในอันดับหนึ่งของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในปี 2566 (Figure 5) ดังนั้น เราจึงยังคงมองบวกกับแนวโน้มธุรกิจของบริษัท เนื่องจาก i) ผลประกอบการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ii) margin เพิ่มขึ้น iii) คุณภาพที่สูงของการให้บริการรักษาพยาบาล
และ iv) ราคาที่แข่งขันได้ (เมื่อเทียบกับโรงพยาบาลในระดับเดียวกัน)
คงประมาณการกำไรปี 2566-2567F เอาไว้เท่าเดิม
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566F เอาไว้เท่าเดิมที่ 5.39 พันล้านบาท (+9.2% YoY) และปี 2567F ที่ 5.93 พันล้านบาท (+9.9% YoY)
Valuation & Action
เรามองว่า BH จะยังคงสถานะที่เป็นบวกในกลุ่มโรงพยาบาลของไทย โดยผลการดำเนินงานมีแนวโน้มแข็งแกร่งในระยะยาว ดังนั้น เราจึงยังคงราคาเป้าหมายกลางปี 2567 ที่ 270 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.2% และ TG ที่ 3%) เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง YoY ในปี 2567F นอจกจากนี้ เรายังคงคำแนะนำซื้อ BH
Risks
COVID-19 ระบาด, การแทรกแซงของภาครัฐ, เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่









