วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ โอกาสเกิด soft landing สูงขึ้น

ประธานสาขาเฟด 2 แห่ง หนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เมื่อคืนที่ผ่านมาประธานเฟด 2 ท่าน ออกมาสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ได้แก่ แมรี ดาลี ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก สนับสนุนการปรับขึ้นอีก 2 ครั้ง และมองการดำเนินการที่น้อยไปมีความเสี่ยงกว่าดำเนินการมากเกินไป

ขณะที่ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์ มองว่าเพื่อให้เงินเฟ้อกลับมาที่ 2% ยังจำเป็นที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงขึ้น ก่อนที่จะคงไว้ระยะหนึ่ง เราคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 25-26 ก.ค.นี้ และอาจจะขึ้นหรือไม่ขึ้นในการประชุม 19-20 ก.ย. ซึ่งแปลว่าหลังปลายก.ย. แรงกดดันมาตรการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ น่าจะเริ่มผ่อนคลายลง ประกอบกับการที่ตลาดมองว่าการเกิดเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ อาจจะไม่แรง (น่าจะเป็น technical recession ในช่วงไตรมาส 3-4/66) ทำให้ความน่าจะเป็นในการประคองให้เศรษฐกิจชะลอตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป (เกิด soft landing) มีสูงขึ้น ดังนั้นแม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นอาจชะลอตัวลง แต่คาดมีแนวโน้มใหญ่เป็นการแกว่งตัวออกข้างคล้ายกับช่วง ค.ศ.1989-1984 และ 1994-1995  อย่างไรก็ตามบรรยากาศลงทุนระยะสั้นอาจผันผวนหากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (12 ก.ค.) ออกมาสูงกว่าตลาดคาดการณ์ (CPI +3.1% YoY / Core CPI +5.0% YoY)
 

ปัจจัยภายใน อาจผันผวนจากการโหวตนายกรัฐมนตรี ยังคงมีกระแสข่าวที่หลากหลายเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งอาจทะให้ตลาดผันผวน เรามองฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นดังนี้ 1) คุณพิธาเป็นนายกฯ และรัฐบาลนำโดยก้าวไกลและเพื่อไทย (โอกาส 40%) 2) คุณเศรษฐาเป็นนายกฯ และรัฐบาลนำโดยก้าวไกลและเพื่อไทย (โอกาส 40%) และ 3) นายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลอื่น หรือเกิดการจับขั้วรัฐบาลที่นำโดยเพื่อไทย ขณะที่ก้าวไกลหลุดไปเป็นฝ่ายค้าน (โอกาส 20%) // เรามองฉากทัศน์ที่ตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากมากไปน้อยได้แก่ 2 / 1 และ 3 (เนื่องจากในฉากทัศน์สุดท้ายอาจก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการประท้วงต่อต้าน) อย่างไรก็ตามเรามองทุกฉากทัศน์จะส่งผลให้ตลาดโดยรวมตอบรับเป็นบวกจากความชัดเจนของนโยบายในอนาคตที่มากขึ้น

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว 1,480-1,525 จุด บรรยากาศระยะสั้นแย่ลงหลังหลุด 1,500 จุด ขณะที่ระยะกลาง 2-3 เดือน มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกกดดันให้เกิด de-rating ทำให้ในเชิงกลยุทธ์ ต้องกลับมาเน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรเป็นบวก / Valuation ไม่แพง / ปันผลสูง (มี 1 หรือหลายข้อนี้รวมกัน) 

หุ้นแนะนำ: SCB*, ESSO*, BCP*, GFPT*

แนวรับ: 1,489 / แนวต้าน : 1,500-1,525 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 


 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

ยอดขอ BOI ครึ่งปีพุ่ง 70% – มูลค่ารวม 3.6 แสนล้านบาท กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และยานยนต์ นำทีม โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชิ้นส่วน และสถานีชาร์จไฟฟ้า ขณะที่ต่างชาติแห่ลงทุน เพิ่มขึ้น 33% เงินลงทุน 3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 141% 

กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งไทย ส่งออกตลาด FTA โต 27% - กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งส่งออกตลาด FTA โต 27% ใน 5M23 สินค้า มูลค่าถึง 177 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดจีน เกาหลี ฮ่องกง มาเลเซีย มาแรง โดย FTA หนุนส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง หลังคู่ค้า 16 ประเทศ ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าจากไทยแล้ว 

BEM สถิติชี้มิ.ย.แรงต่อ นักเรียน-ท่องเที่ยวหนุน - รับปัจจัยหนุนทั้งเปิดภาคการศึกษา นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหนุนปริมาณผู้โดยสาร-ปริมาณการจราจรโค้งสองเติบโตต่อเนื่อง ช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ยังมีโครงการขนาดใหญ่อย่าง วัน แบงค็อก รวมถึงเพิ่มโครงข่ายสายสีเหลืองช่วงส่งต่อผู้โดยสารเข้าสู่ระบบราง

PHG ผนึก ROJNA แกร่ง ธุรกิจเฮลธ์แคร์มีอนาคต – PHG และ ROJNA วางแผน Synergy ธุรกิจร่วมกัน หลังเข้าลงทุนจำนวน 15 ล้านหุ้น เผย ROJNA สนใจลงทุนธุรกิจเฮลธ์แคร์มองโอกาสเติบโตสูง ระบุหลังเข้าตลาดเดินหน้าเร่งขยายธุรกิจตามแผน นำเงินระดมทุนต่อยอดธุรกิจ ขณะที่ 3Q23 ไฮซีซันธุรกิจหนุนรายได้รวมปี 2023 โตไว้ที่ไม่น้อยกว่า 10-15% จากปีก่อน

 

ประเด็นติดตาม: 10 ก.ค. - CH CPI, PPI / 12 ก.ค. - US CPI, CH Export/ 13 ก.ค. - US PPI, Initial Jobless Claims, CH NBS Press Conference, EU Economic Forecasts 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)