วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ยังมองบวกการเมืองจะมีบทสรุปแบบไหน

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลง และลุ้นการชะลอตัวของประมาณการกำไรยุโรปและสหรัฐฯ หนุนเงินไหลกลับเอเชีย  สหรัฐฯ รายงาน PCE Core Deflator เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัว โดยเพิ่มขึ้น 0.3% MoM (ใกล้เคียงคาดการณ์ที่ +0.30% และชะลอลงจาก เม.ย.ที่ +0.40%)

ขณะที่เทียบรายปี +4.6% (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ +4.70% และชะลอลงจาก เม.ย.ที่ +4.70%) ซึ่งเป็นสัญญาณบวกแบบ “พอดีๆ” คืออยู่ในระดับที่ทำให้ตลาดไม่กังวลเกินไปกับการดำเนินนโยบายของเฟด ขณะส่งสัญญาณเศรษฐกิจแข็งแกร่งและยังห่างไกลจากการถดถอย // สำหรับภาพการปรับประมาณการกำไร เริ่มเห็นโมเมนตัมของการปรับลดประมาณการกำไรของหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากการปรับลดลงค่อยเป็นค่อยไป จะเป็นปัจจัยบวกให้เงินมีโอกาสหมุนออกจากหุ้นใหญ่ในยุโรปและสหรัฐฯ ไปยังหุ้นกลาง-เล็ก หรือมายังตลาดเอเชีย

ยังมองความชัดเจนการเมืองเป็นบวกกับภาพการลงทุน สถานการณ์ปัจจุบันการเจรจาระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ในส่วนของตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่มีความชัดเจน โดยพรรคเพื่อไทยคาดจะได้ข้อสรุปในช่วงเที่ยงวันนี้ เรามองไม่ว่าบทสรุปจะออกมาแบบไหน แต่ความชัดเจนจะเป็นบวกกับภาพของตลาดทุน 1) ก้าวไกล-เพื่อไทย รวมตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ตลาดจะกลับมามองมุมบวกกับนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นค่าแรงที่หนุนกำลังซื้อ หรือ การลดค่าไฟที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและบวกต่อกำไร บจ. 2) หากเกิดการสลับขั้วทางการเมือง กลุ่มหุ้นที่เคยปรับลดลงจากความกังวลนโยบาย anti-capitalist มีโอกาสฟื้นตัวได้โดดเด่น 
 

คงมุมมองหุ้นไทยในช่วง 1-2 สัปดาห์หน้า มีโอกาสฟื้นตัวจากหลายปัจจัย 1) ประเมินแรงกดดันของนักลงทุนรายย่อยจากความกังวลหุ้น STARK ที่มีต่อตลาดรวมลดลง 2) การปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันทั้งบลจ.และประกันที่น่าจะแล้วเสร็จ 3) ความชัดเจนการเมืองที่มากขึ้น 4) เข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบไตรมาส 2/66 ที่ช่วงแรกน่าจะออกมาดีนำโดยกลุ่มธนาคาร แต่อาจต้องระวังการผลกระทบต่อการตั้งสำรองการลงทุนในหุ้น/หุ้นกู้ของ STARK ที่น่าจะมีในบจ.หลายแห่ง โดยเฉพาะกลุ่มประกัน 

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังคงมุมมอง ระยะ 1-2 สัปดาห์ มีโอกาสฟื้นจากการเมืองในประเทศที่ชัดเจนขึ้นและแรงขายเกี่ยวกับ STARK ที่ลดลง ขณะที่ระยะ 2 เดือน มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกกดดันให้เกิด de-rating ทำให้ในเชิงกลยุทธ์ ต้องกลับมาเน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรเป็นบวก / Valuation ไม่แพง / ปันผลสูง (มี 1 หรือหลายข้อนี้รวมกัน) 

หุ้นแนะนำ: SCB*, OR*, GFPT*, AWC*

แนวรับ: 1,489 / แนวต้าน : 1,510-1,525 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

สหรัฐเผยดัชนี PCE ชะลอตัวจากเดือนเม.ย. – โดย PCE ปรับตัวขึ้น 3.8% yoy ในเดือนพ.ค. จากระดับ 4.3% ในเดือนเม.ย. ส่วน Core PCE ปรับตัวขึ้น 4.6% yoy ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.7% จากระดับ 4.7% ในเดือนเม.ย.

ไทยฮอต นทท.ต่างชาติทะลุ 12 ล้านคน – โดยตั้งแต่ต้นปี นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มขึ้น 539% yoy โดยประเทศใน 5 ลำดับแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยมากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ และ อินเดีย 

บูมคาร์บอนเครดิต THCOM มือสำรวจ – โดยได้ผลดีตลาดหลักทรัพย์ จัดมาตรฐานบูมตลาดคาร์บอนเครดิต ชี้เป็นผู้สำรวจคาร์บอนเครดิตผ่านดาวเทียมระดับโลกได้รับการรับรองจาก VERRA เล็งโซลูชั่นรองรับมาตรฐาน Global Standard แย้มหน่วยงานรัฐ-เอกชน เจรจาใช้บริการ ปี 2567 โกยรายได้เข้าพอร์ตดาวเทียมตามแผนครึ่งปีหลังเติบโตดี

WHAUP ยันไร้ผลกระทบ Gheco-One หยุดการผลิตไฟฟ้า – ชี้ยังได้รับค่าความพร้อมจ่าย ตลอดระยะเวลา 8 เดือน (มี.ค.-ต.ค.) ตามสัญญา PPA คาดอาจจะได้ประโยชน์ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การันตีงบไม่ได้รับผลกระทบ ย้ำเป้ารายได้ปีนี้โตจากปีก่อน พร้อมคาดขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ ตามกระบวนการน่าจะจบใน 1-2 ปี

TVI แลกหุ้น TVH ถึง 6 ก.ค. - ในกรณีผู้ลงทุนซื้อหุ้นเพื่อแลก ต้องซื้อไม่เกิน 4 ก.ค. เพื่อให้ส่งมอบ T+2 แล้วแลกหุ้นทัน

 

ประเด็นติดตาม: 3 ก.ค. – EU Manufacturing PMI, US ISM PMI / 5 ก.ค. – EU Services PMI, TH CPI / 6 ก.ค. – US ISM Non-Manufacturing PMI, Job Openings, Nonfarm Employment, Initial Jobless Claims 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)