วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงช่วงเปิดตลาด ราว -13 จุด และพยายามเลี้ยงตัวขึ้น ดัชนีลดช่วงลบลง หลังจากทำจุดต่ำสุดของวันบริเวณ 1,495 จุด หลุดแนวรับเชิงจิตวิทยาบริเวณ 1,500 จุด หลักทรัพย์หลายกลุ่มยังคงปรับตัวลง มีแรงซื้อกลับในหุ้นที่ปรับตัวลงมามากในวันก่อนหน้า
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,505.52 จุด -3.79 จุด -0.25% มูลค่าการซื้อขาย 33,567 ลบ.ต่างชาติ -594.34 ลบ. TFEX -2,040 สัญญา ตราสารหนี้ -7,810.94 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ แม้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เมื่อวันศุกร์ปิดลดลง 0.35 ดอลลาร์ -0.50% ปิดที่ 69.16 ดอลลาร์/บาร์เรล -3.9% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความกังวลต่อแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันหลังมีกระแสคาดการณ์ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ แต่ว่าเช้านี้ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 70 ดอลลาร์หลังจากเกิดความขัดแย้งกันระหว่างกองทัพรัสเซียและกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ซึ่งอาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัสเซีย เป็นวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดที่ประธานาธิบดี ปูตินเคยเผชิญ และส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันของรัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก
+ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ระบุว่า GDP สหรัฐขยายตัว 1.9% ใน 2Q66 หลังจากขยายตัว 1.1% ใน 1Q66 เทียบกับ 2Q65 GDP สหรัฐหดตัว 0.6% ใน 2Q65 ทั้งปี 2565 GDP สหรัฐขยายตัว 2.1%
+ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.66 เป็นต้นไปซึ่งอาจคาดหวังว่าจะเห็นการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จในเร็ว ๆ นี้
+ รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2566 หรือ Sustainable Development Report 2023 ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า SDG Index ของไทยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 43 จากทั้งหมด 166 ประเทศ ดีขึ้นจากอันดับที่ 44 ในปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยมีคะแนนการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ติดต่อกันเป็นปีที่ 5
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลง 219.28 จุด หรือ -0.65% กังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อสภาคองเกรสว่าเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปอย่างระมัดระวังเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์ลดลง 1.7%,
- สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนมิ.ย. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมิ.ย.อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนและค่าดัชนีต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงการหดตัว ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือนมิ.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน
- นางแมรี ดาลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโกกล่าวสนับสนุนเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้
- สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยผลสำรวจค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย (R&D) ปี 2564 (รอบสำรวจปี 2565) พบว่า ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศต่อ GDP ของประเทศไทย อยู่ที่ร้อยละ 1.21 (จากเดิม 1.33) โดยมีค่าใช้จ่าย R&D ในภาพรวมอยู่ที่ 195,570 ล้านบาท (จากเดิม 208,010 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 5.98 สัดส่วนค่าใช้จ่ายวิจัยภาคเอกชนต่อภาคอื่นๆ อยู่ที่ร้อยละ 74 : 26
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสรีบาวด์ตามปัจจัยทางเทคนิค และในหลวงโปรดเกล้าให้เรียกประชุมสภาตั้งแต่ 3 ก.ค. เป็นต้นไป ขณะที่ราคาน้ามันอ่อนตัวลงและเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันต่อการรีบาวด์ของดัชนี มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,495-1,515 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นปันผลดี : TISCO INTUCH , หุ้นเด่นเกาะ Megatrend : BE8 BBIK GABLE , หุ้นยั่งยืน : WAVE , หุ้นเติบโตใน EEC : AMATA WHA ORI , หุ้นพื้นฐานเด่น : PJW XO
• สินค้าส่งออกเดือน เม.ย. ที่ยังขยายตัวได้ดี : GFPT TFG
• SET50 หุ้นเข้า -TLI, WHA หุ้นออก - JMT, JMART SET100 หุ้นเข้า - AURA, BTG, ERW, MBK, SNNP, STEC, TASCO, TLI หุ้นออก - BEC, EPG, JAS KEX, ONEE, QH, RBF, SINGER
• ค่าระวางเรือขึ้นจากคลองปานามา หุ้นได้ประโยชน์ PSL TTA RCL
หุ้นรายงานพิเศษ
TNP "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 5.75 บาท
"มุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 2Q66 และช่วงที่เหลือของปี 66"
•งวด 1Q66 มีกำไร 36 ลบ. +1.3%YoY -13.5%QoQ โดยมีรายได้ 622 ลบ. +5.7%YoY -3.6%QoQ ยังคงเติบโตจากปีก่อนแม้ไม่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สะท้อน SSSG หดตัว 0.7%YoY อย่างไรก็ดี การเติบโตหลักมาจากจำนวนสาขาที่มากขึ้นสู่ 42 สาขา (+4 สาขา YoY, +0 สาขา QoQ) โดยรายได้หดตัว QoQ เนื่องจากผ่านพ้นช่วง High Season ส่วน %GPM ทรงตัวที่ 17.0% (1Q65 = 17.05%, 4Q65 = 17.30%) ขณะที่ %SG&A เร่งขึ้นเล็กน้อยสู่ 10.3% (1Q65 = 10.0%, 4Q65 = 9.9%) ส่วนหนึ่งมาจากค่าไฟที่เพิ่มขึ้น โดยกำไร 1Q66 คิดเป็น 22% ของประมาณการทั้งปี 66
26 June 2023
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 2Q66 และช่วงที่เหลือของปี 66 คาดผลประกอบการจะฟื้นโตดีรายไตรมาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุนการใช้จ่าย พร้อมกับเป้าขยายอีก 5 สาขา โดยเปิดไปแล้ว 1 สาขาในช่วง 2Q66 ที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนอีก 4 สาขาจะทยอยเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งหนึ่งในนี้จะมีสาขาขนาดใหญ่เนื้อที่ 1,000 ตร.ม. (ปกติขนาดเนื้อที่เฉลี่ย 350 ตร.ม.) ซึ่งคาดจะเป็น Flagship Store ที่ จ.เชียงราย ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการพิจารณาแบบและคาดจะเปิดให้บริการไม่เกินช่วง 4Q66 ส่วนนโยบายปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท คาดกระทบไม่มากไม่เกิน 10 ลบ.ต่อปี หรือราว 1-1.5% ของต้นทุนรวม ทั้งนี้ เราคงประมาณการกำไรปี 66 ราว 165 ลบ. +11%YoY ราคาเหมาะสม 5.75 บาท อัพไซต์ 55% ประกอบกับบริษัทมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย และจ่ายปันผลในอัตราราว 2.5% ต่อปี จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
หุ้นมีข่าว
(+) ACG (Bloomberg consensus - บาท) ทุ่มงบลงทุน 300 ล้านบาท ขยายสาขาศูนย์บริการรถยนต์ FAST- FIT ตั้งเป้าขยายชน 20 สาขา ภายในปี 2566 และเพิ่มเป็น 30 สาขา ในปี 2567 รองรับความต้องการของลูกค้าที่มากขึ้น ตั้งเป้าโกยรายได้โต แตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมเล็ง Spin Off เข้าตลาดหลักทรัพย์ ในอนาคต (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TOG (Bloomberg consensus - บาท) มองไตรมาส 2/2566 ยอดขายดีต่อเนื่อง ติดเครื่องรุกขยายตลาด-ฐานลูกค้าใหม่ต่างแดน หนุนออเดอร์ในมือแน่น อวดไตรมาส 3/2566 มีออเดอร์เข้ามาแล้วกว่า 60-70% ของกำลังผลิต แถมอัดงบ 580 ล้านบาท เสริมแกร่งกำลังการผลิตเพิ่ม 30% หวังรองรับดีมานด์เลนส์สายตาที่ขยายตัว (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PREB (Bloomberg consensus - บาท) เผยโครงการจ่อคิวบุ๊กเพียบ หนุนครึ่งหลังปี 2566 ฟอร์มแจ่ม พร้อมใส่เกียร์ชิงงานเพิ่ม 5 พันล้านบาท ดัน Backlog เพิ่ม จากเดิมกินยาวถึงปี 2568 ผู้บริหาร "วิโรจน์ เจริญตรา" เล็งปั้นอสังหาแนวราบอัพฐาน คาดชัดเจนไม่เกินช่วง Q3/2566 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ZEN (Bloomberg consensus 16.70 บาท) ภาพรวม SSSG ในไตรมาส 2/2566 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% สอดรับตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว วางงบ 230-250 ล้านบาท รองรับการขยายสาขาใหม่ แย้มอยู่ระหว่างเจรจาเปิดสาขาในต่างประเทศเพิ่มเติม จากแผนไตรมาส 3/2566 เปิดที่มาเลเซีย (ที่มา ทันหุ้น)









