จับตาผลเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. เก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนดี ช่วงหลังเลือกตั้ง
Today’s dominant ideas
คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวต้าน 1,575/1,580 จุด แนวรับ 1,555/1,550 จุด ทางเทคนิคยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ไปที่เป้าหมาย 1,600 จุด (แนว Neck line สาหรับรูปแบบขาขึ้นใหญ่ Double Bottom) ส่วนผลกระทบจาก Ex-Dividend Effect มีผลต่อดัชนีฯ วันนี้ -0.05 จุด (SABUY ปันผล 0.155376 บาท)
ประเด็นเศรษฐกิจวันศุกร์ นอกเหนือจากประเด็น MSCI ประกาศรายชื่อหุ้นเข้า-ออก เช้านี้ มีผลต่อราคาปิดวันที่ 31 พค. โดยดัชนี MSCI Global Standard Indexes เพิ่ม MAKRO ถอด TU JMT และดัชนีฯ SMALL Cap Indexes เพิ่ม TIDLOR SAPPE SISB รวมถึง TU JMT (ถูกย้ายลงมาจาก MSCI Global Standard Indexes) เราคาดว่า ไฮไลท์สำคัญที่สุดวันนี้ อยู่ที่ผลการเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. โดยเราคาดว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นบวกต่อตลาดภายใต้ 2 กรณี คือ 1. กรณีแรก - พรรคการเมืองที่คาดว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล สามารถมีคะแนนเสียงรวมกันได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา (>375 ที่นั่ง) โดยโอกาสที่เป็นไปได้มากที่สุด (หากอิงจากผลสำรวจ นิด้าโพลล์ ครั้งที่ 3 –ดูรูป) คาดว่า 2 พรรคฝ่ายค้านเดิม คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จะมีส่วนแบ่งรวมกันในการเลือก สส. แบบแบ่งเขต ที่ 72.28% (Vs ครั้งก่อนหน้า 68.4%) และการเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ รวมกัน 73.28% (Vs ครั้งก่อนหน้า 68.85%) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 365 ที่นั่งจากทั้งหมด 500 ที่นั่ง หรือ 2. กรณีที่สอง (ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญการเมือง) ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรคขนาดเล็กบางพรรค จับมือรวมกันตั้งรัฐบาล ได้มากกว่า 300 ที่นั่ง ซึ่งทั้งสองกรณี ถือว่าจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ และส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ( สถิติ 5 ครั้งล่าสุด ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงถึง +3.81% ในช่วง 1 สัปดาห์ หลังเลือกตั้ง ด้วยความเป็นไปได้ 80%) ส่วนความเสี่ยง คือ ความรุนแรงที่อาจลุกลามไปสู่การประท้วงบนถนน และกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นเก็งกำไรที่มีสถิติให้ผลตอบแทนสูงช่วงหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ ได้แก่ SIRI KTC CPALL (รูปที่3)
*หมายเหตุ KTX Zoom’s Daily Picks จะลดระยะเวลา Holding period จาก 5 วัน เหลือเพียง 3 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 15/5/2023
Strategic daily picks
SIRI ปิด 1.94 บาท/แนวรับ 1.86 บาท แนวต้าน 2.06 บาท
Consensus คาดกำไรสุทธิ 1.47 ล้านบาท ใน 1Q23 (-18% QoQ, +386% YoY) หากไม่รวมกำไรจากการขายโรงเรียนสาธิตพัฒนา มูลค่า 500 ล้านบาท จะมีกำไรหลักอยู่ที่ 970 ล้านบาท (-44% QoQ, +424% YoY) โดยกำไรลดลง QoQ เกิดจากฐานสูงใน 4Q22 คาดกำไรน่าจะเพิ่มขึ้นใน 2Q-4Q23 โดยเฉพาะใน 2H23 ซึ่งจะได้แรงหนุนจากการรับรู้ Backlog ใน 1Q23 โดยเฉพาะจากโครงการแนวราบ รวมถึง 3 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ ใน 2Q-3Q23 นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่หลายโครงการ มูลค่า 16 พันล้านบาท ใน 2Q23 และ 56.5 ล้านบาท ใน 2H23
KTC ปิด 55.50 บาท/แนวรับ 53.75 บาท แนวต้าน 57.00 บาท
Consensus ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY จาก 1) สินเชื่อ +9% YoY จากการเติบโตในทุกประเภทสินเชื่อ 2) NIM เพิ่มขึ้นเป็น 13.6% จากการกลับมาปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล 3) Credit Cost เพิ่มขึ้นเป็น 5.6% ตามสัดส่วนสินเชื่อที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และ 4) NPL ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.9% พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 68 บาท อิง 2023 PBV 4.9 เท่า
CPALL ปิด 67.25 บาท/แนวรับ 65.25 บาท แนวต้าน 70.25 บาท
Consensus มองว่าราคาหุ้นจะสามารถ outperform ต่อได้ จากผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าคาดและมีแนวโน้มจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจัยบวกจากการเลือกตั้ง โดยจะช่วยหนุนทั้งธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อและธุรกิจค้าส่ง จากการเติบโตของ HoReCa ดังนั้น Consensus คาดกำไร 2Q23 ดีขึ้นได้ YoY จากจำนวนสาขาที่มากขึ้นและธุรกิจค้าส่งที่มองว่ายังโตได้ต่อเนื่อง และ QoQ จากค่าพลังงานที่ลดลงและผลบวกจากเศรษฐกิจที่จะขยายตัวหลังการเลือกตั้ง พร้อมยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.92 หมื่นล้านบาท (+45% YoY) และประเมินราคาเป้าหมายปี 2023 ที่ 75.00 บาท อิง 2023 PER 35 เท่า








