วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SPA ปีทองของธุรกิจสปา (วันที่ 3 พฤษภาคม 2566)

คาดผลการดำเนินงาน 1Q66 เติบโต QoQ และ YoY : ฝ่ายวิจัยคาดกำไร 1Q66 อยู่ที่ราว 25-30 ลบ. เติบโต 149%QoQ และ 105%YoY เนื่องจากนักท่องเที่ยวเดือน ม.ค.-มี.ค. ฟื้นตัวจาก 4.97 แสนคนสู่ 6.48 ล้านคนเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 13,738 คนสู่ 517,270 คนเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ช่วยหนุนผลประกอบการ ทั้งนี้ เราคาดว่าอัตราการใข้กำลังพนักงานนวด 1Q66 จะอยู่ที่ราว 75-80% เพิ่มขึ้นจาก 4Q65 ที่ 75% ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตต่อเนื่องจาก 4Q65 ที่ 22.7% สู่ 25-30% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใกล้เคียง 4Q65 ที่ 34-36 ลบ.

 

-  รายงานกำไร 4Q65 ที่ 14 ลบ. พลิกกำไรในรอบ 10 ไตรมาสตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว : รายงานรายได้ 4Q65 ที่ 275 ลบ.+39%QoQ และ +242%YoY โดยได้แรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นใน 4Q65 สู่ 5.46 ล้านคนคิดเป็น 49% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปีที่ 11.1 ล้านคน โดยลูกค้าชาวต่างชาติ อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ด้านอัตรากำไรขั้นต้นเติบโตต่อเนื่องจาก 15.2% ใน 3Q65 สู่ 22.7% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทรงตัวที่ระดับ 34.3 ลบ.ใกล้เคียงไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามบริษัทยังรายงานขาดทุนในปี 65 ที่ 88 ลบ. ขาดทุนลดลงจากปี 64 ที่มีผลขาดทุน 287 ลบ.
 

-  ปี 66 มุ่งขยายสาขาและธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง : ผบห.มีแผนขยาย 2-3 สาขาโดยเน้นการเข้าบริหารสปาในโรงแรมเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการขยายสาขา Stand Alone นอกจากนี้บริษัทร่วมลงทุนกับบริษัท เอมารา เอเชีย จำกัดในสัดส่วน 51:49 เพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการบำบัดและรักษา อาการนอนไม่หลับด้วยยาและสารสกัดที่ทำมาจากกัญชาและกัญชงด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการใน 2Q66

-  คาดปี 66 ผลประกอบการพลิกกลับมาเติบโตแรง : ฝ่ายวิจัยคาดปี 66 รายได้จะเติบโต 92% สู่ 1.37 พันลบ. ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเติบโต 127%YoY สู่ 25 ล้านคน (จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ม.ค.-มี.ค.66 รวม 6.48 ล้านคน) และเราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวขึ้นจาก 12.5% ในปี 65 สู่ 27% เนื่องจากอัตราการใช้กำลังพนักงานนวดอยู่ที่ระดับ 75% ซึ่งสูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ 60-70% ขณะที่คาดว่าอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงจาก 17.9% เหลือ 10.4% เนื่องจากรายได้ที่เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรในปี 66 ราว 180 ลบ. พลิกจากขาดทุนในปี 65 

- คงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเหมาะสมปี 66 ที่ 10.80 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี Prospective P/E โดยอ้างอิง P/E Ratio เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีพร้อมปรับเพิ่มด้วย 0.25 S.D. (เนื่องจากผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะกลับมาทำกำไรในปี 66) ที่ 51.2 เท่า และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 66 ที่ 0.21 บาทได้ราคาเหมาะสม 10.80 บาท ซึ่งใกล้เคียงราคาปิดล่าสุดเราจึงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” 
 

ปัจจัยเสี่ยง

i)    จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยต่ำกว่าคาดการณ์
ii)    เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ประชาชนลดการใช้จ่าย