เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BH ใน 1Q66F จะออกมาน่าพอใจที่ 1.56 พันล้านบาท (+114.9% YoY, +0.8%QoQ) ซึ่งจะคิดเป็น 28.9% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 5.39 พันล้านบาท
ทั้งนี้ BH ยังคงมีโมเมนตัมด้านบวกอย่างต่อเนื่องจากการกลับมาเปิดประเทศ โดยมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูงถึงกว่า 65% มาตั้งแต่ 2H65 แล้ว เราคิดว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของ BH จะยังคงถูกขับเคลื่อนโดยการรักษาผู้ป่วยที่มี intensity สูงขึ้น YoY จากการที่ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการตั้งแต่ 3Q65 ทั้งนี้ เราคาดว่าประเด็นที่น่าสนใจของผลประกอบการ 1Q66F มีดังนี้
i) คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 48.4% YoY และ 2.0% QoQ เป็น 6.09 พันล้านบาท
ii) คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังแข็งแกร่งอยู่ที่ 47.0% จาก 41.6% ใน 1Q65 และ 47.4% ใน 4Q65 จากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่มีการกลับมาเปิดประเทศ
iii) คาดว่าสัดส่วน SG&A/ยอดขายจะอยู่ที่ 17.50% ลดลงจาก 21.1% ใน 1Q65 แต่ทรงตัว QoQ
iv) คาดว่าสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยจะอยู่ที่ 34% ใน 1Q66F และรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะอยู่ที่ 66% จาก 45:56 ใน 1Q65 และ 35:65 ใน 4Q65
การรักษาผู้ป่วยที่มี intensity สูงยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
เราคิดว่าผลประกอบการของ BH จะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากการที่ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการ ซึ่งจะนำโดยบริการรักษาผู้ป่วยที่มี intensity สูง หลังจากที่ COVID-19 ระบาดอย่างหนักมานานสามปี เราคิดว่า ผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID น่าจะกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่เลื่อนรับการรักษาในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ BH ยังดูโดดเด่นในแง่ของการยอมรับในคุณภาพเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ดังนั้น เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ BH ซึ่งจะมาจาก i) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของผลประกอบการ ii) margin ที่เพิ่มขึ้น iii) คุณภาพการให้บริการรักษาพยาบาลที่สูง และ iv) ค่าบริการอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ (เทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน)
คงประมาณการกำไรปี 2566-2567F เอาไว้เท่าเดิม
เนื่องจากเรายังคงมองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานที่น่าจะดีขึ้นในอีกสองสามปีข้างหน้า เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566F เอาไว้เท่าเดิมที่ 5.39 พันล้านบาท (+9.2% YoY) และปี 2567F ที่ 5.93 พันล้านบาท (+9.9% YoY)
Valuation & Action
ราคาหุ้น BH ขยับขึ้นมาใกล้ราคาเป้าหมายปี 2566 ของเราที่ 250 บาทแล้ว สะท้อนถึงมุมมองบวกต่อแนวโน้มการพลิกฟื้นของผลประกอบการในปีนี้ เรามองว่าโมเมนตัมด้านบวกจะดำเนินต่อไปในปี 2567F เราจึงขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย DCF กลางปี 2567 ที่ 270 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.2% และ TG ที่ 3%) จากเดิมที่ 250 บาท (อิงจากประมาณการปี 2566) ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ BH
Risks
COVID-19 ระบาด, การแทรกแซงของภาครัฐ, เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่









