วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีเปิดในแดนบวก แต่จากแรงขายในหุ้น DELTA (ส่งผลต่อดัชนีราว -17.5 จุด) หลังตลาดหลักทรัพย์ประกาศเข้าเกณฑ์ Cash Balance ทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวลงแรง
ส่วนแรงซื้อมาจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น หลังจากโอเปคพลัส หั่นการผลิตน้ำมันอีก 1.16 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,600.37 จุด -8.80 จุด -0.55% มูลค่าการซื้อขาย 46,786 ลบ.ต่างชาติ +1,317.41 ลบ. TFEX -22,705 สัญญา ตราสารหนี้ +1,317 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 327.00 จุด หรือ +0.98% โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากกลุ่มโอเปคพลัส ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันอย่างเหนือความคาดหมาย ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 4.75 ดอลลาร์ หรือ 6.3% ปิดที่ 80.42 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มโอเปคพลัส ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันอีกกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วันจนถึงสิ้นปี 2566
+ สำนักข่าวนิกเกอิ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยและมาเลเซียมีแนวโน้มที่จะขยายตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ของจีน
+ ญี่ปุ่นจะผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มพรมแดนให้กับนักเดินทางที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่วันพุธที่ 5 เม.ย.นี้ เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยลบ
- FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 61.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 38.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00%
- ISM เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 46.3 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47.5 จากระดับ 47.7 ในเดือนก.พ.
- เอกอัครราชทูตรัสเซียประจากรุงมินสก์ เมืองหลวงของเบลารุสกล่าวว่า รัสเซียจะติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีในเบลารุสตามบริเวณชายแดนที่ติดกับโปแลนด์
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีวันนี้ยังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้ากระทบตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่กลับมายืนเหนือ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ช่วยพยุงหุ้นพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,590-1,610 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT
• จำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น : AOT BAFS AAV BA MINT CENTEL ERW
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโอเปคพลัสลดกำลังการผลิต : PTTEP TOP PTT SPRC BCP
หุ้นรายงานพิเศษ
XO (ถือ ราคาเหมาะสม 13.20 บาท)
•ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้ 1Q66 จะอ่อนตัวลง YoY และ QoQ เนื่องจากคู่แข่งหลักกลับมาดำเนินการผลิตตั้งแต่เดือน ก.ย. 65 และประชาชนในยุโรปเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ประกอบอาหารลดลง ขณะที่ %GPM มีโอกาสอ่อนตัวลงจากเนื่องจากรายได้ชะลอตัวและอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง อีกทั้งต้นทุนวัตถุดิบทั้ง พริก กระเทียม และน้ำตาลปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้า %GPM ปี 66 ที่ 40% (%GPM ปี 65 อยู่ที่ 41.4%) แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาขาย 8-12% ระหว่าง 4Q65-2Q66 เพื่อลดผลกระทบต้นทุนขายที่ปรับตัวขึ้น
•คงประมาณการกำไรปี 66 ที่ 369 ลบ. เนื่องจากล็อกราคาวัตถุดิบจนถึงกลางปีแล้ว โดยเราคงเป้ารายได้ปี 66 ที่ 1.56 พันลบ. เติบโต 7%YoY เนื่องจากมีการออกงานแสดงสินค้า 15-22 งานต่อปีเพื่อหาลูกค้าใหม่ และคงอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 40% เนื่องจากต้นทุนพริก กระเทียม และน้ำตาลยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่บริษัทได้ล็อกราคาวัตถุดิบดังล่าวไปจนถึงกลางปี 66 ทั้งนี้ เราคงประมาณการกำไรปี 66 ที่ 369 ลบ. โดยคาดว่า 1H66 จะชะลอตัวและค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นใน 2H66 เนื่องจากการหาลูกค้าใหม่ต่อเนื่องและคาดว่าอุปสงค์จากประชาชนชาวยุโรปจะกลับมาสู่ภาวะปกติ
•ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE ที่ระดับ PE ราว 15.5 เท่าลดลงจากครั้งก่อนที่ 18 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย PE Ratio ย้อนหลัง 1 ปี และคาดกำไรต่อหุ้นปี 66 ที่ 0.85 บาทต่อหุ้น ได้ราคาเหมาะสมที่ 13.20 บาทลดลงจากราคาเหมาะสมครั้งก่อนที่ 15.60 บาท โดยราคาเหมาะสมที่ประเมินได้มี Upside จากราคาปิดล่าสุดไม่มากจึงคงคำแนะนำ “ถือ”
หุ้นมีข่าว
(+) BCPG (Bloomberg consensus 16.00 บาท) ลุยหนักตลาดสหรัฐ ทุ่ม 9 พันล้านบาท ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มอีก 2 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 426 เมกะวัตต์ อัตราผลตอบแทน 10% หนุนกำลังการผลิตสหรัฐแตะ 577 เมกะวัตต์ จ่อถือหุ้นเพิ่มในโครงการเดิม ปีนี้ชัดเจนธุรกิจแบตเตอรีหลังร่วมมือ Ampace (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SPA (Bloomberg consensus 12.50 บาท) ส่งซิกปีนี้มีลุ้นผลงานเทิร์นอะราวด์ ชี้ไตรมาสแรกฟื้นชัด คาดโกยกำไรได้ทุกกลุ่มธุรกิจ รับปัจจัยหนุนท่องเที่ยวฟื้นตัว จีน ต่างชาติ เดินทางเข้า ประเทศไทยพรึ่บ แย้มอยู่ระหว่างเจรจาผู้ประกอบการขยายธุรกิจสปาในโรงแรมเพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TEGH (Bloomberg consensus 6.60 บาท) กางแผนธุรกิจในปี 2566 ตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 10% เตรียมขยายกำลังการผลิตยางแท่ง เพิ่ม 34% พร้อมลุยเจาะตลาดลูกค้า ยางล้อในอินเดียและจีน ส่วนโครงการขยายกาลังการผลิตก๊าซชีวภาพ ระยะที่ 1 คาดสามารถ COD ได้ใน ไตรมาส 2/2566 นี้ หนุนความสามารถรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ พร้อมตั้งเป้าเป็นกลางคาร์บอนภายในปี 2573 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CH (Bloomberg consensus - บาท) รับอานิสงส์ทัวร์จีนเข้าไทย หนุนดีมานด์ทะลัก พร้อมควักงบ 20 ล้านบาท ลงทุนคลังสินค้าห้องเย็นเสริมแกร่ง ด้านบอสใหญ่ "ศักดา ศรีแสงนาม" คอนเฟิร์มปี 2566 รายได้โต 10% ชี้พอร์ตลูกค้าขยายตัว-ลุยสินค้าใหม่อัพมูลค่า ดันยอดขาย (ที่มา ทันหุ้น)









