วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 3 April 2023

ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวกรอบแคบท่ามกลางแรงหนุนจากอุปทานตึงตัว ขณะที่สมาชิก OPEC ประกาศลดกำลังการผลิต ก่อนการประชุม OPEC+ ในสัปดาห์นี้

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 3 April 2023

 

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (3 – 7 เม.ย. 66)

    ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบแต่ยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว หลังสมาชิก OPEC ประกาศลดกำลังการผลิตลงอย่างไม่คาดคิด ก่อนการประชุมย่อยของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบ (OPEC+) ในวันที่ 3 เม.ย. นี้ ขณะที่ตลาดยังคงจับตาการขนส่งน้ำมันดิบผ่านท่อ Kirkuk-Ceyhan ซึ่งขนส่งน้ำมันดิบราว 450,000 บาร์เรลต่อวัน จากแหล่งน้ำมันดิบในเขตปกครองตัวเองเคอร์ดิสสถานไปยังท่าเรือ Ceyhan ของตุรกี ที่คาดว่าจะเริ่มกลับมาใช้งานได้ในสัปดาห์นี้หลังถูกระงับการขนส่งไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  นอกจากนี้ ตลาดได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจจีนในปีนี้ โดย Goldman Sachs คาดว่าความต้องใช้น้ำมันโลกจะเติบโตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกในปีนี้ที่ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากเสถียรภาพในภาคการเงิน

 


 

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

-  ตลาดจับตาการประชุมย่อยของกลุ่ม OPEC+ ที่จัดขึ้นในวันที่ 3 เม.ย. 65 ว่าจะมีรายละเอียดหรือแผนกำลังผลิตเพิ่มเติมหรือไม่ หลังเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สมาชิกโอเปคประกาศลดกำลังการผลิตอย่างไม่คาดคิดลง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สำหรับเดือน พ.ค. เป็นต้นไปถึงสิ้นปี สมทบกับที่ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มมีมติคงการปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงสิ้นปี 2566 เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน ทั้งนี้หลังมีการประกาศทำให้ตลาดมีความกังวลกับภาวะอุปทานในตลาดน้ำมันมากขึ้น

- การส่งออกน้ำมันของอิรักจากท่อ Kirkuk-Ceyhan มีแนวโน้มจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหลังการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์คืบหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาว่าการกลับมาขนส่งน้ำมันดิบราว 450,000 บาร์เรลต่อวัน จากแหล่งน้ำมัน Kirkuk ในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานมายังท่าเรือ Ceyhan จะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ หลังการใช้ท่อถูกระงับไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งปริมาณน้ำมันดิบที่หายไป คิดเป็นราว 10 % ของกำลังการผลิตทั้งหมดของอิรัก ทั้งนี้ FGE คาดการเจรจาน่าจะยังไม่สามารถสรุปได้ใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าและคาดว่าการผลิตน้ำมันดิบของอิรักน่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย.

-  Goldman Sachs คาดเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวที่ 6% ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.5% จากการคาดการณ์ในเดือน ม.ค. 66 และมากกว่าที่ทางการจีนคาดไว้ที่ 5 % เนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นจากการยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกลับมาดำเนินการเปิดประเทศอีกครั้ง ซึ่งคาดจะช่วยสนับสนุนให้ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดของสถานการณ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ 
 

 

 

 

-  ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลด้านเศรษฐกิจโลก หลังล่าสุด นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในการประชุม China Development Forum ว่าเสถียรภาพในระบบการเงินยังคงมีความไม่แน่นอน ในปี 2023 แม้ว่าปัญหาในภาคธนาคารที่เกิดขึ้นจะได้รับการช่วยเหลือโดยภาครัฐบ้างแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ที่เกิดจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดรัสเซียอนุมัติการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี (Tactical nuclear) เพื่อตอบโต้การส่งมอบอาวุธยูเรเนียมด้อยสมรรถนะให้กับยูเครน 

-  รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ กล่าวว่าการซื้อน้ำมันดิบกลับคืนสำหรับเติมคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) จะเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2566 แม้ว่าก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ จะเคยวางแผนการซื้อน้ำมันดิบคืนเมื่อราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ช่วงราคาระหว่าง 67 – 72 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยปัจจุบันสต็อกน้ำมันดิบ SPR ของสหรัฐฯ ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983  หลังการระบายน้ำมันจากคลังสำรองที่ระดับ 180 ล้านบาร์เรล ในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังคงมีแผนการระบายเพิ่มเติมอีก 26 ล้านบาร์เรล ในช่วงเดือน เม.ย-มิ.ย. 66

-  เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต เดือน มี.ค. 66 และอัตราการว่างงาน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.6 % และตัวเลขทางเศรษฐกิจของยุโรปคือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต เดือน มี.ค. 66 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 52.3 

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 – 31 มี.ค. 66)  

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.86 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 75.67 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 79.77 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 77.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดกังวลอุปทานตึงตัว หลังการส่งออกน้ำมันดิบจากเคอร์ดิสถานราว 450,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการขนส่งผ่านทางท่อลำเลียงไปทางตอนเหนือของตุรกีถูกระงับ นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 24 มี.ค. 66 ปรับลดลง 7.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 473.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.1 ล้านบาร์เรล เนื่องจากหลายโรงกลั่นกลับมาดำเนินการผลิตเพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วงปิดซ่อมบำรุง และปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี