Transportation Sector เกาะกระแสการฟื้นตัว

Transportation Sector เกาะกระแสการฟื้นตัว

เป็นปีที่จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง เราพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว (จากไม่ถึง 300,000 คน/เดือนใน 1H65 เป็น 767,000 คนในเดือนมิถุนายน 2565 และ 2.24 ล้านคนในเดือนธันวาคม 2565)

และคาดว่าจะดีขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง YoY ในปี 2566F เป็น 28 ล้านคน (จาก 11 ล้านคนในปี 2565) โดยจะเพิ่มขึ้นจาก i) จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ดีดกลับขึ้นมาเป็น 5.5 ล้านคนในปี 2566FF (จาก 274,000 คน ในปี 2565) ii) โมเมนตัมของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอาเซีย อินเดียและตะวันออกกลาง และ iii) การแก้ปัญหาคอขวดเที่ยวบินของสายการบิน (Figure 2-3)

 

Transportation Sector เกาะกระแสการฟื้นตัว

 

กลุ่มการเดินทางทางอากาศจะได้อานิสงส์มากที่สุด

ก่อนหน้านี้ เราคาดว่าบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นกลุ่มหลักที่ได้อานิสงส์จากแนวโน้มการฟื้นตัว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งจากสถิติของ Airports of Thailand (AOT.BK/AOT TB)* จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเพียง 7,906 คน/วันในเดือนพฤศจิกายน 2564 เป็น 164,508 คน/วัน MTD ในเดือนมีนาคม 2566 ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจาก 251 เที่ยว/วันในเดือนพฤศจิกายน 2564 เป็น 904 เที่ยว/วัน MTD ในเดือนมีนาคม 2566 เรายังคงมองบวกกับ AOT เพราะแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในอีกสองสามปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากการกลับมาของผู้โดยสาร และการยกเลิกมาตรการช่วยเหลือตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป (Figure 4-5)

 

Transportation Sector เกาะกระแสการฟื้นตัว

 

ยังคงมีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถไฟฟ้า

เราเป็นห่วงบริษัทที่ธุรกิจเกี่ยวข้องกับสัมปทานของรัฐ เพราะยังคงมีประเด็นที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับ i) โครงการที่จะเปิดใหม่ และ ii) การต่อสัมปทานของโครงการในอนาคตเนื่องจากกำลังจะมีการจัดเลือกตั้งในประเทศไทย เราคิดว่าประเด็นนี้จะฉุดรั้งให้ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ (BTS Group Holdings (BTS.BK/BTS TB)* และ Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)*) ขึ้นได้จำกัด

 

ผลประกอบการฟื้นตัวตามคาด

โดยสรุปแล้ว บรรดาหุ้นขนาดใหญ่ (อิงตามมูลค่าตลาด) ในกลุ่มขนส่งที่เราศึกษาอยู่มีกำไรสุทธิรวม 4.5 พันล้านบาทใน 4Q65 ดีขึ้นอย่างมากจากขาดทุนสุทธิ 4.2 พันล้านบาทใน 4Q64 และ 4.9 พันล้านบาทใน 3Q65 โดยได้แรงหนุนจาก EBIT margin ที่ดีขึ้น (Figure 12)

 

Transportation Sector เกาะกระแสการฟื้นตัว

ปรับเพิ่มประมารณการกำไร

หลังจากที่สถานการณ์ COVID-19 ระบาดผ่านพ้นไปแล้ว เราพบว่า มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทที่น่าสนใจในกลุ่มขนส่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ Bloomberg consensus ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2566F ของหุ้นในกลุ่มไปแล้ว 7% YTD (Figure 11)

Transportation Sector เกาะกระแสการฟื้นตัว

 

 

 

 

 

Valuation & Action

เราให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มขนส่งที่ Neutral โดยเรายังคงเลือก AOT เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ เนื่องจาก i) ผลประกอบการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี FY66 (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566) และ ii) สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลังวิกฤติ เรายังคงแนะนำ ซื้อ AOT โดยประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี FY66 ที่ 86 บาท

 

Risks

COVID-19 ระบาด และเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้