วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงการซื้อ-ขาย ฟื้นตัวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จากข่าวธนาคารเฟิร์สต์ ซิติเซนส์ แบงก์แชร์ส ตกลงเข้าซื้อกิจการธนาคาร SVB
และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน และหุ้นกลุ่มธนาคาร การเงิน ทำให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,606.91 จุด +13.54 จุด +0.85% มูลค่าการซื้อขาย 44,685 ลบ.ต่างชาติ +1,284.76 ลบ. TFEX +17,509 สัญญา ตราสารหนี้ -3,143.43 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 39 เซนต์ หรือ +0.5% ปิดที่ 73.20 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากข่าวอิรักระงับการส่งออกน้ำมันบางส่วนจากเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันโลกจะเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว
+ WHO ได้ปรับเปลี่ยนคำแนะนำสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยระบุว่า เด็กและวัยรุ่นที่มีสุขภาพแข็งแรง อาจจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงสูงควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภายในเวลา 6-12 เดือน
+ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนก.พ.66 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศในเดือนก.พ.66 จำนวน 8,537 ราย เพิ่มขึ้น 18% YoY มูลค่า 19,139.78 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่สูงสุดในรอบ 10 ปีของเดือนก.พ.(ก.พ.57-66)
+/- ครม.รับทราบรายงานความเสี่ยงทางการคลังปี 2565 เผยหนี้สาธารณะพุ่ง 10.37 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60.41% ต่อ GDP ขณะที่เงินคงคลังยังสูงต่อเนื่องแตะ 6.24 แสนล้านบาท
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 37.83 จุด หรือ -0.12% ขณะที่นักลงทุนจับตาแนวทางการคุมเข้มกฎระเบียบในภาคธนาคารของสหรัฐ หลังการล้มละลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์
- กระทรวงการต่างประเทศของเบลารุสออกแถลงการณ์ระบุว่า การที่เบลารุสตัดสินใจให้รัสเซียนำอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีเข้ามาติดตั้งในประเทศ เนื่องจากนาโตกำลังเพิ่มอาวุธและกำลังทหารในประเทศเพื่อนบ้านของเบลารุส
- ทำเนียบขาวแถลงว่าสหรัฐจะไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์กับทางรัสเซียเพื่อตอบโต้ต่อการที่รัสเซียประกาศระงับความร่วมมือในสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ "New START" กับทางสหรัฐ
- นายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ผู้ฝากเงินโยกย้ายเงินฝากออกจากธนาคารขนาดเล็กไปยังธนาคารขนาดใหญ่นั้น ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อธุรกิจขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาธนาคารขนาดเล็กและธนาคารระดับภูมิภาคในการอนุมัติสินเชื่อ
- สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือพร้อมที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ทุกที่และทุกเวลา หลังจากกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐเดินทางถึงเกาหลีใต้
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังจับตาการประชุม กนง. ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.75% อาจเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,600-1,610 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT
• จำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น : AOT BAFS AAV BA MINT CENTEL ERW
หุ้นรายงานพิเศษ
INET (“ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 23 เท่ากับ 6.00บาท)
มีแผนขายสินทรัพย์เข้ากอง INETREIT Phase 2
•ผลประกอบการปี 2565 รายงานกำไรสุทธิ 201 ลบ. +24%YoY รายได้เติบโตเป็น 2,044 ลบ. +10%YoY ได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ Cloud เพิ่มขึ้น โดยเติบโตจากกลุ่มของรายได้ Cloud and Platform และ Digital Platform Service ทำได้ที่ระดับ 44.8% ดีขึ้นจากปีก่อนที่ 35.5% จากการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการลดลง ปัจจัยหลักมาจากการลดต้นทุนกลุ่มที่ต้องซื้อบริการจากผู้ขายรายอื่นในส่วนของ Software โดยเปลี่ยนจากการซื้อจากผู้ขายรายอื่นเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนา Innovation R&D Platform ทดแทน รวมถึงต้นทุน Internet Access ลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง
•ในปี 2566 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการลงทุนและสนับสนุนผ่านบริษัทร่วมทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจด้าน Cloud service ดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทสู่การเป็นยุค Digital Transformation สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยคงสัดส่วนความเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า 30% ปัจจุบันมีทั้งหมด 48 บริษัท
•INET มีแผนระดมทุนผ่านการขายสินทรัพย์เข้ากอง INETREIT สำหรับ INET-IDC3 Phase 2 โดยได้ทำการซื้อที่ดินในพื้นที่สระบุรีเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเตรียมพร้อมนำบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จากัด (มหาชน) เข้าระดมทุนในตลาด Live exchange ภายใน 1Q67 และบริษัท ไอเน็กซ์ บรอดแบรนด์ จากัด เข้าระดมทุนในตลาด mai ภายใน 1Q68 ซึ่งทั้ง 2 บริษัทมีศักยภาพและรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
•ความเห็น: มีมุมมองบวกต่อรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้น จากการกลับมาลงทุนของภาคเอกชนหลังจากสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ทำให้ความต้องการในการใช้ Cloud มากขึ้น นอกจากนี้การบุกตลาด Local Platform จะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันของตลาด Cloud ทั้งคู่แข่งในประเทศและนอกประเทศได้ เราจึงแนะนำ “ซื้อ”
หุ้นมีข่าว
(+) BCH (Bloomberg consensus 23.60 บาท) เผยปัญหาฝุ่น PM2.5 กระทบประชาชน ผู้ป่วยทางเดินหายใจเข้ารักษาจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาล 3 แห่งที่ เชียงราย พร้อมเปิดพรมแดน คนไข้ชาวเมียนมาเพิ่ม ปีนี้คาดคนไข้ต่างชาติกลับมาเกิน 1 แสนราย พร้อมผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) โตดี คงเป้ารายได้รวมทั้งปี 2566 ที่ราว 1.3 หมื่นล้านบาท ลุ้นข่าวดี ประกันสังคมปรับเพิ่มเหมาจ่ายรายหัว คาดชัดเจนไม่เกิน 15 เมษายน 2566 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TPS (Bloomberg consensus - บาท) เดินหน้าประมูลบิ๊กโปรเจ็กต์รัฐเติมแบ็กล็อกที่มีอยู่กว่า 1.42 พันล้านบาท พร้อมดันรายได้ปีนี้โต 50% ทำสถิติสูงสุดใหม่ รุกหนักขยายธุรกิจไซเบอร์ซีเคียวริตี้ครบวงจร แย้มอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสลงทุนโครงการใหม่เพิ่มรูปแบบ M&A ความชัดเจนภายในปีนี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) MENA (Bloomberg consensus 3.30 บาท) “มีนาทรานสปอร์ต” ประกาศความสำเร็จจับมือเป็นพันธมิตร “ตะวันแดง โลจีสติกส์” บริษัทในกลุ่ม CBG จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “ทีดี เอ็ม ลอจิสติกส์” เปิดเส้นทางให้บริการงานขนส่งกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับ CJ MORE ทั่วไทย คาดเริ่มให้บริการภายในไตรมาส 2/66 มั่นใจช่วยหนุนรายได้ปีนี้โตทะลุเป้า 15% (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) HPT (Bloomberg consensus - บาท) ลั่นผลงานปีนี้โตต่อเนื่อง ตุนแบ็กล็อกแน่น 130 ล้านบาท วางตารางการผลิตยาวถึงไตรมาส 3/2566 ด้านบิ๊กบอส "นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ" ทุ่บงบ 27 ล้านบาท อัพกำลังผลิตเพิ่มเตาเผาอีก 30-40% รับออเดอร์ครึ่งปีหลัง ลุยปั๊มผลงานโต 15-20% (ที่มา ทันหุ้น)









