วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Rebound หุ้นรายงานพิเศษ EGCO (21 มี.ค. 2566)

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ แต่มีแรงขายเร่งตัวในช่วงบ่าย ตามทิศทางตลาด Dow jones Futures แรงขายมาจากหุ้นกลุ่มธนาคาร อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน โดยนักลงทุนติดตามเฟด ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ในช่วงกลางสัปดาห์

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,555.45 จุด -8.22 จุด -0.53% มูลค่าการซื้อขาย 62,838 ลบ. ต่างชาติ -3,480.83 ลบ. TFEX -8,775 สัญญา ตราสารหนี้ -6,192.67 ลบ.

 

ปัจจัยบวก  

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด พุ่งขึ้น 382.60 จุด หรือ +1.20% ขานรับข่าวธนาคารยูบีเอสบรรลุข้อตกลงซื้อกิจการเครดิต สวิส รวมทั้งรายงานที่ว่าเฟด ร่วมมือกับธนาคารกลางอีกหลายประเทศเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในระบบการเงิน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ + 1.4% ปิดที่ 67.64 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากการดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นสหรัฐเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน หลังจากราคาดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนในระหว่างวัน
+ เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังศึกษาแนวทางที่จะขยายความคุ้มครองของบรรษัทค้ำประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) ให้ครอบคลุมเงินฝากทั้งหมดเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นการผลักดันของกลุ่มธนาคารที่ระบุว่าจำเป็นต่อการสกัดกั้นแนวโน้มการเกิดวิกฤติการเงิน
+ บีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ รวมมูลค่า 56,615 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานในด้านพลังงานของประเทศ
+ โปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาแล้ว จัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน

 

ปัจจัยลบ

- โกลด์แมน แซคส์คาดว่า ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ระดับ 94 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วง 12 เดือนข้างหน้า จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 97 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงครึ่งหลังของปี 2567
 

- ทีมนักกฎหมายจากสวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ และ สหราชอาณาจักร กำลังเจรจากับผู้ถือตราสารทางการเงินที่นับเป็นกองทุนสำรองส่วนเพิ่มชั้นที่ 1 (Additional Tier 1 หรือ AT1) ของเครดิต สวิส เพื่อดำเนินคดี เนื่องจากมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะไม่ได้รับสิทธิเรียกร้องเงินชดเชยในข้อตกลงที่ UBS เข้าซื้อกิจการของเครดิต สวิส
- รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คาดปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ปี 2566 ช่วงหน้าร้อนนี้จะพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี หรือ สูงกว่า 30,936 เมกะวัตต์ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยืนยันไทยมีปริมาณไฟฟ้าสำรอง 30% เพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีวันนี้มีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากรายงานว่าเฟด ร่วมมือกับธนาคารกลางอีกหลายประเทศเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในระบบการเงิน ขณะที่นักลงทุนการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 21-22 มี.ค. มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,550-1,570 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT

 

หุ้นรายงานพิเศษ

EGCO (Bloomberg Consensus 217) รายงานขาดทุน 4Q65

เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้อยค่าและส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการระหว่างก่อสร้าง

Rebound หุ้นรายงานพิเศษ EGCO (21 มี.ค. 2566)

•รายงานขาดทุน 4Q65 ที่ 236 ลบ. -33%QoQ และ -128%YoY เนื่องจากมีบันทึกส่วนแบ่งขาดทุนโครงการระหว่างก่อสร้างและขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์รวม 9,693 ลบ. จากโครงการหยุนหลินก่อสร้างล่าช้าราว 2 ปี อย่างไรก็ตามรายได้ 4Q65 อยู่ที่ 18.6 หมื่นลบ +3%QoQ และ +43%YoY แต่อัตรากำไรปรับตัวลงเนื่องจากต้นทุนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน ทั้งนี้ บริษัทรายงานกำไรปี 65 ที่ 1.18 หมื่นลบ. +15%YoY

•ผู้บริหาร มุ่งเน้นลดการปล่อยก๊าซ CO2 โดยมีแผนนำก๊าซไฮโดรเจนและแอมโมเนียมาเป็นเชื้อเพลิง โดยก๊าซไฮโดรเจนจะมาผสมกับก๊าซธรรมชาติ และแอมโมเนียเหลวจะมาผสมกับถ่านหินเพื่อลดการปล่อยก๊าซ CO2 โดยในระยะยาวจะไม่ลงทุนใหม่ในโรงไฟฟ้าถ่านหินเนื่องจากถือเป็นพลังงานที่ปล่อยก๊าซ CO2 ในระดับสูง ขณะที่ความคืบหน้าโครงการกังหันลม หยุนหลินที่ล่าช้าตั้งเป้าปี 2567 จะติดตั้งครบ 80 ต้น ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 640 MW

•ความเห็น เรามีมุมมอง Neutral ต่อผลประกอบการปี 66 เนื่องจากคาดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหินจะค่อยๆ ปรับตัวลง แต่ในปีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนในปี 65 ที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอที่ 6.5 บาทหรือคิดเป็น 4% ต่อปีซึ่งต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปี เราจึงแนะนำเพียง “ถือ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) GULF (Bloomberg consensus 58.00 บาท) คว้าแล้ว PPA ไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ในลาวขนาด 770 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 29 ปี กำหนดจ่ายไฟ 1 ม.ค. 75 โกยรายได้เพิ่มปีละ 9 พันล้านบาท กำไรปีละ 3 พันล้านบาท ตามแผนเพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ชี้เป็นจุดเริ่มต้นพลังงานน้ำ ในสปป.ลาว (ที่มา ทันหุ้น)

(+) CHASE (Bloomberg consensus 3.74 บาท) แย้มไตรมาส 1/2566 คว้าหนี้ใหม่จากสถาบันการเงินเติมพอร์ต 15-20% เดินหน้าร่วมประมูลรับซื้อหนี้ด้อยมูลค่าใหม่เติมพอร์ตเพิ่มอีก 2-3 แห่ง จับตาหนี้ใหม่เติมพอร์ตพีคสุดในไตรมาส 2-3/2566 นี้ วางงบ 1 พันล้านบาท ซื้อหนี้ วางเป้ารายได้ปี 2566 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน และผลขาดทุนด้านเครดิตกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ แถมเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการเพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)

(+) JR (Bloomberg consensus - บาท) ส่งซิกโค้งแรกมีเซอร์ไพร์ส โครงการเรียงเคียวบุ๊กเพียบ บิ๊ก "จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ" จัดทัพชิงงานเพิ่มราว 2 พันล้านบาท อัพงานในมือจากเดิมกว่า 1 หมื่นล้านบาท กินยาวไปอีก 5 ปี แถมลุยปั้นสถานีชาร์จอีวียักษ์ หนุนธุรกิจทะยานเพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)

(+) WINMED (Bloomberg consensus - บาท) บุกตลาด B2C ผ่านช่องทางขายออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเร่งขยายเพิ่มหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ และทยอยออกผลิตภัณฑ์กลุ่มการแพทย์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง ฟากผู้บริหาร "นันทิยะ ดารกานนท์" วางเป้ารายได้ปีนี้โต 30% ออลไทม์ไฮต่อ รับกระแสการตื่นตัวด้านสาธารณสุข และประชาชนหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)