วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีเปิดลงในแดนลบ ทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,538 จุด หรือ ราว -27 จุด จากความกังวลเกี่ยวกับสถานะการเงินของธนาคารเครดิต สวิส แต่มีแรงซื้อเข้ามา ทำให้ดัชนีลดช่วงลบลง ประกอบกับนักลงทุนติดตามผลการประชุม ECB
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,554.65 จุด -10.35 จุด -0.66% มูลค่าการซื้อขาย 69,666 ลบ. ต่างชาติ -1,809.63 ลบ. TFEX -27,104 สัญญา ตราสารหนี้ -2,206.71 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 371.98 จุด หรือ +1.17% นักลงทุนคลายกังวลวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร หลังจากธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีท ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และโกลด์แมน แซคส์ ประกาศอัดฉีดเงินรวมกันมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคาร First Republic Bank
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 68.35 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียได้พบปะกันเพื่อหารือแนวทางในการสร้างเสถียรภาพตลาดน้ำมัน
+ ธนาคารเครดิต สวิส ประกาศว่า เครดิต สวิสจะกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์เป็นวงเงิน 5.368 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้โครงการจัดหาเงินกู้แบบครอบคลุมและการจัดหาสภาพคล่องในระยะสั้น
+ กกต.เห็นชอบร่างประกาศเขตเลือกตั้ง 400 เขต 77 จังหวัด รอลงประกาศราชกิจจานุเบกษา
+ สศอ.ติดตามผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อจนถึงปัจจุบันพบว่าส่งผลกระทบทางตรงต่อภาคการส่งออกของไทยมีเพียงเล็กน้อยจากมูลค่าการค้ารวมการส่งออกและนำเข้าของไทยกับรัสเซีย-ยูเครนที่มีสัดส่วนประมาณ 0.5% เทียบกับการค้าทั้งหมด
ปัจจัยลบ
- โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปี 2566 ลงสู่ระดับ 1.2% โดยระบุว่าวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารขนาดเล็กและขนาดกลางของสหรัฐได้สร้างแรงกดดันต่อระบบการเงินเป็นวงกว้าง
- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -23.2 ในเดือนมี.ค. แต่ต่่ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -15.6 จากระดับ -24.3 ในเดือนก.พ.
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีวันนี้มีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร ว่าจะไม่มีโดมิโนแบงก์ล้มจากวิกฤตเครดิต สวิส หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,550-1,565 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT
หุ้นรายงานพิเศษ
HARN - “ซื้อ” (ราคาเหมาะสม 2.43 บาท)
กำไรสุทธิปี 65 เท่ากับ 88.8 ลบ. เติบโต 22.8%YoY
•รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q65 ที่ 21.4 ลบ. เติบโต 5.2%YoY แต่ ลดลง24.5%QoQ: บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 300.4 ลบ. เติบโต13.1%YoY จากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ลดลง 8.6%QoQ จากการส่งมอบงานที่ลดลงตามคำสั่งของลูกค้า บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 27.7% ลดลง YoY, QoQ จาก 28.9% ใน 4Q64 และ 29.4% ใน 3Q65 สาเหตุหลักจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทในฐานะผู้นำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์ระบบดับเพลิงเพื่อจำหน่ายและติดตั้งมีต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิงวด 4Q65 เท่ากับ 21.4 ลบ. คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 7.1% ลดลง YoY, QoQ จาก 7.7% ใน 4Q64 และ 8.6% ใน 3Q65 ส่งผลให้ทั้งปี 65 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 88.8 ลบ. เติบโต 22.8%YoY โดยมีรายได้จากการดำเนินงานเท่ากับ 1,219.7 ลบ. เติบโต 19.9%YoY
•คงประมาณการกำไรสุทธิปี 66 ที่ 89 ลบ. ทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 65: เราคาดการณ์รายได้ ที่ 1,239 ลบ. เติบโต 2%YoY จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดธุรกิจอุปกรณ์ดับเพลิง เช่น สินค้ากลุ่ม Quick Installation ประกอบด้วย Flexible Sprinkler, Floor control, Coupling และการเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์เดิม เราใช้สมมติฐาน %GPM ที่ระดับ 30.5% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปี 65 มี %GPM 28.4% และคาดกำไรสุทธิปี 66 ที่ 89 ลบ. ทรงตัวYoY ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 65 มี backlog 464 ล้านบาท
•แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 66 เท่ากับ 2.43 บาท: ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวจากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ประมาณการ EPS ปี 66 เท่ากับ 0.152 บาท และใช้ Prospective P/E ที่ระดับ 16 เท่า ได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.43 บาท ราคาเหมาะสมมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบันราว 15% ขณะที่คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในอนาคตราว 5.0% ต่อปี
หุ้นมีข่าว
(+) TIGER (Bloomberg consensus - บาท) เบนเข็มรับงานราชการ ล่าสุดเตรียมเซ็นสัญญางานใหม่จากหน่วยงานรัฐมูลค่า 900 ล้านบาท บิ๊กบอส "จตุรงค์ ศรีกุลเรืองโรจน์" พุ่งเป้าโปรเจ็กต์สร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ และบ้านหรู ตั้งแต่ 50-100 ล้านบาท อวดแบ็กล็อกเต็มมือพันล้านบาท จ่อบุ๊กปีนี้เพียบ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ZEN (Bloomberg consensus 20.00 บาท) วางเป้ารายได้ปี 2566 ไว้ที่แตะระดับ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน กางแผนเปิดสาขาร้านอาหารใหม่มากกว่า 85-90 สาขา จากปีก่อนที่ 45 สาขา อัดงบ 450 ล้านบาท รองรับการขยายธุรกิจ โชว์ผลงานไตรมาสแรกปี 2566 พุ่ง หลังเปิดประเทศและต่างชาติกลับมาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)
(+) BAFS (Bloomberg consensus 36.00 บาท) ลุ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 เที่ยวบินเช่าเหมาล่าเพิ่มขึ้นหนุนปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานสูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ 4.2 พันล้านลิตร หลังจีนกลับมาอนุมัติวีซ่าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าจีนเต็มรูปแบบตั้งแต่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา เผยเชื่อมท่อส่งน้ำมัน กับ THAPPLINE ชัดเจนปีนี้ กำงบ 1.5 พันล้านบาท เตรียมลงทุนหลายโครงการ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) BPP (Bloomberg consensus 17.50 บาท) จับตาผลงานปี 2566 รายได้ทำนิวไฮ หลังซุ่มทำดีลใหม่จำนวนมาก คาดครึ่งแรกปีนี้ได้ข้อสรุปอย่างน้อย 1 โครงการ วางเป้าปี 2566 กวาดกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 1 พันเมกะวัตต์ แย้มยังมีโรงไฟฟ้าพร้อม COD ปีนี้อีก 2-3 โครงการ อัดฉีดงบ 3 ปี (2566-2568) กว่า 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา ทันหุ้น)









