วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีรีบาวนด์ต่อเนื่อง จากช่วงเปิดตลาด และ ดัชนีปรับตัว sideway up โดยบวกสูงสุดราว +50 จุด มาจากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงมามาก ในวันก่อนหน้า เช่น หุ้นกลุ่มพลังงาน ขนส่ง ค้าปลีก
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,565.00 จุด +41.11 จุด +2.70% มูลค่าการซื้อขาย 69,493 ลบ. ต่างชาติ +960.80 ลบ. TFEX +61,288 สัญญา ตราสารหนี้ +3,257.52 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 52% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 21-22 มี.ค. และให้น้ำหนักเพียง 48% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%
+ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ให้คำมั่นว่าจะจัดหาสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือธนาคารเครดิต สวิส หลังจากราคาหุ้นเครดิต สวิส ทรุดตัวลงอย่างหนัก
+ สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือนก.พ. ว่าดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.6%YoY ในเดือนก.พ. โดยชะลอตัวจากระดับ 5.7%YoY ในเดือนม.ค.
+ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.พ.66 อยู่ที่ 96.2 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่อยู่ระดับ 86.7 และเพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. 66 ที่ระดับ 93.9 สูงสุดในรอบ 47 เดือน ตามการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวชัดเจนจากการได้รับอานิสงส์การเปิดประเทศของจีน
+/- ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จัดการประชุมฉุกเฉินร่วมกับธนาคารกลางและหน่วยกำกับดูแลด้านการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มสูงขึ้น หลังวิกฤติของธนาคารเครดิต สวิส จากสวิตเซอร์แลนด์ทวีความรุนแรง
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 280.83 จุด หรือ -0.87% กังวลเกี่ยวกับสถานะการเงินของธนาคารเครดิต สวิส บดบังกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงลบในช่วงท้ายตลาดหลังสื่อรายงานว่ารัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์จัดการประชุมเพื่อหาแนวทางสร้างเสถียรภาพการเงินของเครดิต สวิส
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 3.72 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 67.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลาดนิวยอร์กร่วงลงกว่า 5% ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี ถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านการเงินของธนาคารเครดิต สวิส
- ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เปิดผลสำรวจความต้องการบ้าน ชี้คนไทยกังวลภาวะเงินเฟ้อทำเงินตึง ผ่อนไม่ไหว 63% ชะลอแผน อีก 14% ล้มแผนมีบ้านของตัวเอง แนวโน้มเช่าบ้านขยับสูงขึ้น
- สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.4% ในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.3% หลังจากพุ่งขึ้น 3.2% ในเดือนม.ค.
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะการเงินของธนาคารเครดิต สวิส ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงแรง มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,555-1,570 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT
หุ้นรายงานพิเศษ
ONEE - ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 9.25 บาท
“มุมมองบวกภาพรวมการดำเนินงานฟื้นตัวในปี 2566”
•งวด 4Q65 บริษัทมีรายได้รวม 1,451.6 ลบ. -6.0%YoY เนื่องจากรายได้โฆษณาของสื่อทีวี -12.4% ประกอบกับบริษัทใช้กลยุทธ์การรีรันแทนการเปิดคอนเทนต์ใหม่ ทำให้รายได้จากลิขสิทธิ์/ต่างประเทศ ลดลง 39.4% และรายได้จากการรับจ้างผลิตและบริการ ลดลง 48% แต่รายได้การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ +325% และธุรกิจอื่นๆ +80% ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 14% หลักๆ มาจากต้นทุนการผลิตรายการ การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ และต้นทุนการจ้างศิลปินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ GPM ลดลงเป็น 37.3% จาก 48.1% ใน 4Q64 และมีกำไรสุทธิ 145 ลบ. -30%YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10% ลดลงจาก 13.3% ใน 4Q64 สำหรับปี 2565 มีรายได้ 6,227 ลบ. +15%YoY กำไรสุทธิ 738 ลบ. -11%YoY สาเหตุมาจากต้นทุนขายและบริการที่สูงจากการกลับมาจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 42% จาก 50.7% และอัตรากำไรสุทธิ 11.8% ลดจาก 14.8% ในปี 2564
•ในปี 2566 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 3-5% ผ่านกลยุทธ์การสร้างคอนเทนท์รูปแบบใหม่ผ่าน Idol Marketing การทำ Co-Production กับค่ายต่างชาติและขายคอนเทนท์ไปต่างประเทศ พัฒนาคอนเทนต์หลักที่เป็นซีรีย์ เน้นบริหารศิลปินและการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ รวมถึงเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆมากขึ้น ได้แก่ One sanook, Pharbdee Thaweesuk และ Goodthing Happen
ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกจากภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและอีเวนต์ สามารถกลับมาจัดได้ตามปกติควบคู่กับกลยุทธ์การบริหารศิลปินช่วยให้รายได้มีศักยภาพเติบโตได้ดี หุ้น ONEE ได้เข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Small Cap ตั้งแต่ 28 ก.พ. เป็น sentiment เชิงบวกด้านจิตวิทยา ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 2566 เฉลี่ย 862 ล้านบาท +17%YoY
หุ้นมีข่าว
(+) MFEC (Bloomberg consensus - บาท) ผลงาน Q1/2566 เด้งจ่อรับรู้กำไรพิเศษจากการขายธุรกิจ Vulcan Digital Delivery ให้กับ BBIK ราว 500-600 ล้านบาท ดันผลงานปีนี้สดใส ตั้งเป้าโต 15% เตรียมนำเงินลงทุนธุรกิจต่อยอดธุรกิจซีเคียวริตี้ เป้าเป็นศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย ลุยบริการรองรับ ESG (ที่มา ทันหุ้น)
(+) AH (Bloomberg consensus 44.00 บาท) ตั้งเป้ารายได้โต 10-15% และมาร์จิ้นระดับ 10-12% จากยอดขายที่เติบโตทั้งในไทยและต่างประเทศ มั่นใจการย้ายฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เข้ามาไทย หนุนรายได้จากคำสั่งผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าโต 100% พร้อมอัดงบ 1,000 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรใหม่และซ่อมบำรุง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PLANB (Bloomberg consensus 9.42 บาท) มองอุตสาหกรรมสื่อ OOH ปี 2566 คึกคักกว่าปีก่อน หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบหนุนเม็ดเงินไหลเข้า OOH ชูเดือนม.ค.-ก.พ. 2566 Utilization rate แตะ 55-56% แม้เป็นโลว์ซีซันธุรกิจ วางเป้ารายได้ปี 2566 แตะ 7.2-7.5 พันล้านบาท คงความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ที่ระดับเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 25-30% อัดฉีดงบปีนี้ 800-1,000 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ADVANC (Bloomberg consensus 239.00 บาท) ADVANC ได้เต็มๆ กรณีรัฐให้ NT เดินหน้าโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G/5G บนคลื่น 700 MHz จากการที่ NT คัดเลือกเป็นพันธมิตรตั้งแต่กลางปี 2565 มีโอกาสรับแบ่งคลื่นเพิ่มอีก 5 MHz จากปัจจุบันมีคลื่นนี้ 15 MHz แถมคลื่น NT อยู่ติดกัน ช่วยเพิ่มศักยภาพ 5G (ที่มา ทันหุ้น)









