ยังผันผวนจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ ภายในลุ้นคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่กระทบเลือกตั้ง

ยังผันผวนจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ ภายในลุ้นคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่กระทบเลือกตั้ง

ตัวเลขว่างงานสหรัฐฯ ความเห็นกรรมการเฟด หนุนหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืน เงินเฟ้อยุโรป ก.พ. ออกมาที่ 8.5% สูงกว่าคาดที่ 8.3% ชะลอลงเล็กน้อยจาก ม.ค.ที่ 8.6% อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวขึ้น ได้แรงหนุนระยะสั้น

จาก 1) ตัวเลขการว่างงาน (Unemployment rate) ม.ค.ที่ 6.7% (สูงกว่าคาดที่ 6.6% และเพิ่มจาก ธ.ค.ที่ 6.6%) 2) ความเห็นของกรรมการเฟด ที่มองผลจากการขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ทำให้เฟดควรปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป (แต่ก็พร้อมปรับขึ้นไปเรื่อยๆ หากเงินเฟ้อไม่ชะลอ) ดังนั้นตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจและตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกก่อนหน้าการประชุมเฟดรอบต่อไป (22 มี.ค.) โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตร (10 มี.ค.) และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ก.พ. (14 มี.ค.)

กลุ่มสื่อสาร การแข่งขันที่ลดลงและมีการถือครองต่ำ ทำให้น่าสนใจในการเพิ่มน้ำหนัก วันนี้หุ้น TRUE (ที่เกิดจากการควบรวม DTAC+TRUEE) จะกลับเข้าทำการซื้อขาย อิงจากราคาปิดก่อนควบรวม และอัตราการแลกหุ้น ทำให้คาดหุ้นควรเปิดการซื้อขายที่ราคาประมาณ 8.2-8.3 บาท/หุ้น ผลของการควบรวมเบื้องต้นมีดังนี้ 1) ทำให้ SAWAD ถูกนำเข้าคำนวณใน SET50 แทนหุ้นที่หายไป 1 หลักทรัพย์ 2) ขนาด market cap ของ TRUE คาดว่าจะอยู่ในลำดับที่ 15 ของ SET50 (2.85 แสนล้านบาท) ส่งผลให้มีโอกาสถูกนำเข้าพิจารณาดัชนีสำคัญๆ เช่น MSCI หรือ FTSE 3) การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คาดปรับลดลง ส่งผลบวกต่อความสามารถในการทำกำไร/แข่งขัน 4) ภาพรวมหุ้นในกลุ่มสื่อสาร (ICT) โดยรวมยังมีการถือครองต่ำ (Under-owned) ทำให้มีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในระยะต่อไป
 

คาดแรงกดดันต่อหุ้นไทยจะเริ่มผ่อนคลาย หลังตอบรับเชิงลบมาพอสมควรกับ 1) ผลประกอบการไตรมาส 4/65 2) ตัวเลขส่งออก ม.ค. ที่ -4.50% มากกว่าคาดการณ์ที่ -1.80% (แต่ใกล้เคียงภาพรวมที่เราประเมิน 3-4 เดือนแรกจะเห็นการติดลบระดับ 5%+/-) 3) ความกังวลการเลือกตั้งอาจล่าช้า หากศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ วินิจฉัยว่า สูตรคิดจำนวนส.ส.ที่รวมต่างด้าวถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้กกต.ได้มีการเตรียมพร้อมและคำนวณจำนวนส.ส.ใหม่ ซึ่งจะรอเพียงการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นคาดไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากกรอบ 7-21 พ.ค. เราเชื่อว่าความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง รวมถึงยุบสภา จะเป็นปัจจัยบวกหนุนต่อบรรยากาศลงทุนในช่วง 1-2 เดือนนี้

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังลุ้นว่าน่าจะใกล้จุดฟื้นตัว แต่ภาพระยะกลางเริ่มมีความไม่ชัดเจน โดยต้องรอประเมินจากการกลับไปทดสอบ 1,645-1,650 จุด   การเก็งกำไรระยะสั้นเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, ROJNA, SAMART, SDC เป็นต้น //หุ้นแนะนำ: CPALL*, ASW*, ADVANC*, SAMART*

แนวรับ: 1,606 / แนวต้าน : 1,620-1,628 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลง สวนทางคาดการณ์ – ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 190,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 195,000 ราย

ยูโรสแตทเผยดัชนี CPI ยูโรโซน +8.5% - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนชะลอตัวสู่ระดับ 8.5% yoy ในเดือนก.พ. จากระดับ 8.6% ในเดือนม.ค. แต่สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 8.2%

กกพ.เลื่อนประกาศผลรับซื้อไฟรอบใหม่เป็น 5 เม.ย. – (เดิม 22 มี.ค.) หลังจากขยายกรอบระยะเวลาสำหรับการประกาศผลการยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาความพร้อมด้านเทคนิคฯ เป็นวันที่ 10 มี.ค.นี้ (จากเดิม 1 มี.ค.) ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นวันที่ 19 เม.ย. (จากเดิม 29 มี.ค.)

สภาพัฒน์ เผย Q4/65 ท่องเที่ยวฟื้นหนุนจ้างงานเพิ่ม-หนี้ครัวเรือน Q3 ยังสูง – การจ้างงานเพิ่มขึ้นหลังท่องเที่ยวฟื้นตัว อัตราว่างงานเหลือ 1.15% ขณะที่ผู้ว่างงานแฝง และผู้เสมือนว่างงาน ลดลงกว่า 28.0% และ 19.0% ตามลำดับ การว่างงานปรับตัวดีขึ้น โดยผู้ว่างงานมีจำนวน 4.6 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.15% ซึ่งลดลงทั้งผู้ว่างงานที่เคยทำงาน และไม่เคยทำงานมาก่อน

ตลท.เตือนซื้อ-ขาย DELTA – ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ 2 มีนาคม 2566 ราคามาปิดที่ระดับสูงสุด (All Time New High) ที่ 1,000 บาท (ระหว่างวันราคาเพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 1,016 บาท) มูลค่าซื้อขาย 4,438 ล้านบาท ด้วยค่า P/E ที่ 81.29 เท่า และ P/BV ที่ 22.81 เท่า ตามลำดับ

Opportunity day - 3 มี.ค. – CENTEL, HL, RS, AMATA, ASK, BBGI, SUTHA, SVR, HUMAN, 24CS, BJC, PCSGH, JSP, APCO / 7 มี.ค. – WHAUP, TVO, CEN, JWD, CPN+GLAND, CPNREIT+CPNCG, KCC, FPI, SNNP, FSMART, SO, TTA, ALLY, WHA 

 

ประเด็นติดตาม: 3 มี.ค. - ISM Non-Manufacturing PMI, TH CPI / 8 มี.ค. - JOLTs Job Openings / 10 มี.ค. - Nonfarm Payrolls, Unemployment Rate / 14 มี.ค. – US CPI / 15 มี.ค. Retail Sales, US PPI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)