วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Fund Flow ไหลออกต่อเนื่อง หุ้นรายงานพิเศษ SAWAD

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีรีบาวนด์เล็กน้อยในระหว่างวัน แต่มีแรงขายช่วงท้ายตลาด หลังจากสิ้นสุดช่วงการประกาศผลการดำเนินงานปี 2565 แรงซื้อมาจากหุ้น DELTA +74.00 (+8.11%) ซึ่งส่งผลต่อดัชนี ราว +7.5 จุด

โดยแรงขายอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,619.98 จุด -2.37 จุด -0.15% มูลค่าการซื้อขาย 59,129 ลบ. ต่างชาติ -3,017.42 ลบ. TFEX -20,303 สัญญา ตราสารหนี้ +5,391.35 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 5.14 จุด +0.02% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 4% หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 64 เซนต์ +0.8% ปิดที่ 77.69 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลกเปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนจะช่วยหนุนความต้องการใช้น้ำมัน
+ ธปท. เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.พ.66 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 50.6 เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.8 ในเดือนม.ค.66 ตามความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ
+ ลูกค้าธุรกิจรายใหญ่แห่ขอสินเชื่อคึกคักโดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว สะท้อนภาพเศรษฐกิจฟื้น

 

ปัจจัยลบ  

- ISM เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 47.7 ในเดือนก.พ. จากระดับ 47.4 ในเดือนม.ค. ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ หลังจากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4.0% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565
 

- FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแตะระดับสูงสุดในกรอบ 5.50-5.75% ในเดือนก.ย. นอกจากนี้ยังคาดว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
- กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ตรวจพบเครื่องบินของกองทัพจีนรุกล้ำเขตป้องกันภัยทางอากาศไต้หวันทั้งหมด 19 ลำในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการคุกคามตามปกติจากจีน
- กกร.ปรับลดคาดการณ์การส่งออกของไทยในปี 66 มีโอกาสติดลบในกรอบ –1% หรือไม่ขยายตัวเลยจากเดิมคาดว่าจะขยายตัวได้ 1-2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะคู่ค้าหลักชะลอตัว

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีวันนี้ยังอ่อนแรง โดยมีแรงกดดันจาก Fund Flow นักลงทุนต่างประเทศที่ไหลออกต่อเนื่อง ประกอบกับความกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นช่วยพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,610-1,630 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI
• หุ้นปันผลดี : ADVANC TISCO SCB PT SMIT

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                               SAWAD - “ซื้อเก็งกำไร” (ราคาเหมาะสม Consensus 51.25 -56 บาท)
                                                              กำไรปี 66 มีโอกาสพลิกเติบโต

Fund Flow ไหลออกต่อเนื่อง หุ้นรายงานพิเศษ SAWAD

•ปี 65 มีกำไรสุทธิ 4,476 ล้านบาท -5%YoY โดยมีรายได้ดอกเบี้ย +28% รายได้รวม +20%YoY ตามการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ที่ขยายตัวก้าวกระโดด +58% สู่ระดับ 5.88 หมื่นล้านบาท (สัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อ 33% สินเชื่อรถยนต์ 32% ที่ดิน 31% และสินเชื่อ Ploan 4%) %NPL ลดลงสู่ระดับ 2.5% จาก 3.71% ณ ปลายปี 64 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.80 บาท คิดเป็น yield 3.3% XD 2 พ.ค. วันจ่าย 19 พ.ค.

•ปี 66 ผู้บริหารตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโตอย่างน้อย 25% จากการเพิ่มสาขาจาก 5,316 สาขา ณ ปลายปี 64 ขณะที่ yield จากการปล่อยสินเชื่อในช่วง 2H65 ที่เติบโตกว่า 1H65 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการสินเชื่อที่จะเพิ่มขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 66 เฉลี่ย 5,059 ล้านบาท พลิกเติบโต 13%YoY จากที่หดตัว 5%YoY ในปี 65 ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น 21% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาซื้อขายที่ P/E 17x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 20x และคาดว่าราคาหุ้นจะได้รับผลบวกเชิงจิตวิทยาจากตลท.ประกาศให้เป็นหลักทรัพย์สำรองเพิ่มในดัชนี SET50 แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

 

หุ้นมีข่าว

(+) DMT (Bloomberg consensus - บาท) ส่งซิกไตรมาส 1/2566 เติบโตต่อเนื่อง หลังท่องเที่ยวสดใส ฟากเอ็มดี "ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย" ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตเกิน 30% ชี้ปริมาณจราจรคึกคัก คาดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 110,000 คันต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 85,000 คันต่อวัน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) MINT (Bloomberg consensus 40.00 บาท) เปิดแผนงาน 3 ปี 2566-68 รายได้เติบโต 12-15% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมปีนี้สดใสหลังโควิดซา เปิดประเทศหนุนท่องเที่ยวคึกคัก วางงบลงทุน 10,000-13,000 ล้านบาท ขยายฐานการเติบโต ทั้งเปิดโรงแรมอย่างน้อย 6 แห่งในเอเชีย มัลดีฟส์ ออสเตรเลีย และยุโรป ด้านธุรกิจอาหารโตต่อ พร้อมมองหาโอกาสต่อยอดโต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) GPSC (Bloomberg consensus 80.00 บาท) เตรียม COD โรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรีไฟฟ้าปลายปี 2566 จ่อรับรู้รายได้ปี 2567 โชว์ศักยภาพโรงงานผลิต-พัฒนาได้ทั้งระบบกักเก็บพลังงาน และโมดูลครบพร้อมเติบโตในอุตสาหกรรม EV อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับพันธมิตรเร่งเพิ่ม กำลังการผลิตติดตั้งพลังงานทางเลือกทั้งใน-ต่างประเทศ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BGC (Bloomberg consensus 11.40 บาท) ทุ่ม 580 ล้านบาท เทกโอเวอร์ "ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง" ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม เพื่อขยายธุรกิจ Flexible Packaging ต่อยอดการเติบโต จากแผนขยายพอร์ตบรรจุภัณฑ์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น คาดเริ่มรับรู้รายได้และผลกำไรเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 นี้ (ที่มา ทันหุ้น)