กำไรสุทธิของ TIDLOR ใน 4Q65 อยู่ที่ 817 ล้านบาท (-8% QoQ, +41% YoY) เป็นไปตามประมาณการของเรา แต่ต่ำกว่ามาร์จิ้น (consensus) 7% โดยกำไรสุทธิเต็มปี 256 อยู่ที่ 53.6 พันล้านบาท (+23% YoY)
สินเชื่อขยายตัว 7% QoQ และ 32% YoY โดย margin ยังทรงตัว
สินเชื่อขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง 7% QoQ และ 32% YoY ตามกลยุทธ์ใหม่ของ TIDLOR ในการขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ในขณะที่ yield สินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 10bps QoQ แต่หักล้างไปกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ดังนั้นมาร์จิ้น จึงยังทรงตัวอยู่ที่เดิม
ค่าธรรมเนียมนายหน้าจากรายได้ธุรกิจประกันเร่งตัวขึ้น
รายได้อื่น (ส่วนใหญ่เป็นค่าธรรมเนียมนายหน้าขายประกัน) เร่งตัวขึ้นเป็น 27% QoQ และ 21% YoY ใน 4Q65 และ 23% YoY ในปี 2565 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่แข็งแกร่งจากสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียม ส่งผลให้สัดส่วน C/I เร่งตัวขึ้นเป็น 54% ใน 4Q65 (จาก 50%ใน 3Q65) และเป็น 52% ในปี 2565
คุณภาพสินทรัพย์ – NPLs เพิ่มขึ้นทำให้ credit cost เพิ่มขึ้นอย่างมาก
NPLs เร่งตัวขึ้น +12% QoQ และ +73% YoY โดย NPL ดังกล่าวรวมการตัดหนี้สูญ (write off) ในหนี้เสียจำนวนมากใน 4Q65 ไปแล้ว และจากผลการตัดหนี้สูญทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) พุ่งสูงขึ้นเป็น 3.2% ใน 4Q65 (จาก 2.8% ใน 3Q65) และ 2.1% ในปี 2565 (จาก 1.4% ในปี 2564) ทั้งนี้ NPL coverage ยังลดลงเหลือ 249% (จาก 254% ใน 3Q65)
Valuation and action
เราคิดว่า TIDLOR จะยังคงถูกกดดันจาก NPL ก้อนใหญ่ในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งจะบีบให้บริษัทยังคงต้องคง credit cost เอาไว้ในระดับสูงเพื่อตัดหนี้สูญ (write-off) ในหนี้เสีย และดึงให้ NPL ลดลง ถึงแม้เราจะยังคงคำแนะนำซื้อ แต่เราแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาหุ้นย่อลงมา
Risks
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น, NPLs เพิ่มขึ้น และกันสำรองเพิ่มขึ้น.









