วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ แกว่งลงต่อ ระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยให้ตลาดกลับตัว

ตลาดหุ้นไทยน่าจะปรับฐานลงต่อในสัปดาห์นี้  ในสัปดาห์ที่แล้ว (13-17 กุมภาพันธ์) ตลาดหุ้นไทยขยับลงแบบ sideways down ซึ่งแย่กว่าที่เราคาดไว้ เพราะถูกกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน

โดยในส่วนของปัจจัยมหภาคจากภายนอก นักลงทุนได้ปรับความคาดหมายเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ใหม่ หลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมกราคม ทั้ง CPI และ PPI ออกมาสูงเกินคาดทั้งคู่ ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญทางด้านการบริโภคและตลาดแรงงานออกมาสูงเกินคาดเช่นกัน สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผลประกอบการโดยรวมใน 4Q65 ออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ ในขณะที่ GDP ใน 4Q65 ของประเทศไทยขยายตัวเพียง 1.4% YoY ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราและของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยดังกล่าวข้างต้นทำให้ทั้งดัชนี US dollar index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฟื้นตัวขึ้น กดดันค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับในสัปดาห์นี้ ดัชนี SET น่าจะยังลงต่อ เพราะภาวะโดยรวมยังดูเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นไทยด้วย เรามองว่าแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ยังมีความไม่แน่นอนสูง และนักลงทุนน่าจะยังต้องติดตามตัวเลขที่อยู่อาศัยของสหรัฐ และรายงานการประชุม FOMC ครั้งก่อน ส่วนปัจจัยภายในประเทศ เรามองว่าน่าจะเห็นการปรับลดประมาณการ EPS ลงอีก ทั้งจากตัวเลข GDP 4Q65 ที่ออกมาแผ่ว และผลประกอบการที่อ่อนแอใน 4Q65 ของหุ้นหลายกลุ่ม นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของเรายังคาดว่าเงินบาทน่าจะอ่อนค่าลงอีกในระยะสั้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออก

 

 

 

 

 

ติดตามปัจจัยมหภาคสหรัฐ และโมเมนตัมการปรับลดประมาณการ EPS ของ บจ. ไทย
 

ปัจจัยภายนอก: ในบรรดาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะมีการประกาศออกมาในสัปดาห์นี้ เราคิดว่าตัวเลขที่จะมีอิทธิพลกับตลาดมากที่สุดคือ เงินเฟ้อ PCE ในขณะที่จะมีการประกาศตัวเลขสำคัญที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือนมกราคม และ flash PMI เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่ง consensus คาดว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะดีขึ้น และน่าจะทำให้ Fed ยังคงใช้ท่าที hawkish กับตลาดต่อไป  อย่างไรก็ตาม สำหรับ PCE เดือนมกราคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ Consensus คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE จะเพิ่มขึ้น 4.3% YoY ใกล้เคียงกับ 4.4% YoY ในเดือนธันวาคม 2565

ปัจจัยภายใน: โมเมนตัมเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอลง และผลประกอบการที่แย่ใน 4Q65 จะทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนลงอีก ในสัปดาห์นี้ จะเป็นช่วง peak ของการส่งงบ 4Q65 ของบริษัทจดทะเบียนไทย แต่เนื่องจากโมเมนตัม GDP ไทยที่อ่อนแอลง ในขณะที่ผลประกอบการโดยรวมใน 4Q65 ของบริษัทที่ประกาศออกมาแล้วไม่ดีนัก เราจึงคาดว่าน่าจะมีการปรับลดประมาณการ EPS ลงอีกในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงด้าน downside ต่อดัชนี SET

 

เน้นกลยุทธ์เชิงรับ (defensive) ต่อไปในระยะสั้น เรามองว่าหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และการบริโภคยังน่าลงทุน
 

เราเห็นปัจจัยบวกที่จะช่วยกระตุ้นตลาดได้ในระยะสั้นสองสามตัว และแนะนำให้นักลงทุนยังคงเน้นลงทุนแบบ defensive ต่อไป เพื่อติดตามการปรับลดประมาณการ EPS ซึ่งเราคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ทั้งนี้ เนื่องจาก GDP ใน 4Q65 ออกมาน่าผิดหวัง และอาจจะฉุดภาวะตลาดของหุ้นกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจ อย่างเช่น ธนาคาร เราจึงยังคงแนะนำให้เกาะอยู่กับกลุ่มท่องเที่ยว และการบริโภคต่อไป โดยหุ้นเด่นของเราในธีมนี้ได้แก่ BDMS*, ERW*, MBK, CPALL* และ MEGA* สำหรับกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เรายังคงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นโรงกลั่นเป็นรายตัว อย่างเช่น TOP* และ SPRC*