วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPI สหรัฐแย่กว่าตลาดคาด หุ้นรายงานพิเศษ PQS

วันอังคารที่ผ่านมา ในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวลงแรงต่ำสุดถึง -16 จุด แตะบริเวณ 1,649 จุด หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวลงแรง นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก รวมถึงหุ้นที่รายงานผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่ตลาดคาด

นอกจากนี้นักลงทุนยังติดตามการรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐ (CPI) โดยตลาดคาดที่ 6.2% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,652.76 จุด -12.13 จุด -0.73% มูลค่าการซื้อขาย 70,519 ลบ. ต่างชาติ -664.07 ลบ. TFEX +7,556 สัญญา ตราสารหนี้ -1,542.74 ลบ.


ปัจจัยบวก    

+ ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า GDP 4Q65 ขยายตัว 0.6%YoY ซึ่งดีกว่าใน 3Q65 ที่หดตัว 0.8% โดยได้ปัจจัยหนุนส่วนหนึ่งจากการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนที่ฟื้นตัว รวมทั้งโครงการอุดหนุนด้านการเดินทางท่องเที่ยวซึ่งช่วยกระตุ้นภาคบริการ
+ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกำลังพิจารณาการร่วมหารือกับนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีนในการประชุมด้านความมั่นคงในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการพบปะกันครั้งแรก หลังประเด็นเกี่ยวกับบอลลูนจีนน่าไปสู่ความ ตึงเครียดรอบใหม่
+ ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติเก็บค่าเหยียบแผ่นดินเดือน มิ.ย.นี้ ทางอากาศคนละ 300 บาท ทางบกและทางน้ำคนละ 150 บาท เจียดส่วนหนึ่งน่าไปซื้อประกันให้นักท่องเที่ยว ที่เหลือนำเข้ากองทุนคาดครึ่งปีได้เงินเข้ากองทุน 3,250 ล้านบาท
+ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ว่าสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้เร่งดำเนินการนำเรื่องโครงการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เข้าสู่ที่ประชุม ครม.โดยเร็ว เพื่อที่จะสามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันวันที่ 1 มี.ค.นี้

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 156.66 จุด -0.46% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดอาจจะผลักดันให้เฟด เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.4%YoY 0.5%MoM ในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.2%YoY 0.4%MoM

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.08 ดอลลาร์ -1.4% ปิดที่ 79.06 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่าสหรัฐเตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรอง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในวันนี้ ขณะที่กระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่าจะจำหน่ายน้ำมัน 26 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) แม้ว่าขณะนี้ปริมาณน้ำมันในคลังอยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2526
- FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค.และเดือนพ.ค.
- รัฐมนตรีของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จัดการประชุมเพื่อหารือกันเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการทหารมากขึ้นแก่ยูเครนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสู้รบกับรัสเซีย
-องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดประชุมฉุกเฉินหลังจากมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายจากไวรัสมาร์บวร์ค (ไข้เลือดออก มาร์บวร์ค) ในประเทศอิเควทอเรียลกินีในแอฟริกากลาง โดยเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ในตระกูลเดียวกันกับอีโบลา และขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสดังกล่าว

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงต่อ โดยมีแรงกดดันจากตัวเลข CPI สหรัฐ เดือนม.ค. ออกมาแย่กว่าตลาดคาด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวหลุด 80 ดอลลาร์/บาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน นักลงทุนยังติดตามการประกาศงบของ DELTA และ OR ในวันนี้ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,645-1,660 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC
• หุ้นเข้าคำนวณ MSCI Global Standard : เข้า BANPU ออก - , MSCI Global Small Cap : เข้า AURA BTG ONEE SNNP และ THCOM ออก BANPU COM7 TIDLOR และ TISCO มีผล 28 ก.พ.นี้
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                                                   PQS - พรีเมียร์ ควอลิตี้ สตาร์ช
                                           SET/Food (ราคา IPO 6.00 บาท คิดเป็น P/E Ratio 11.85 เท่า)

•ประกอบธุรกิจ 1) ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง 2) ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ และ 3) รายได้อื่น โดยมีสัดส่วนรายได้ 9M65 ที่ 96.6% 1.4% และ 2.0% ตามลำดับ โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขายในประเทศและต่างประเทศในสัดส่วน 23.8% และ 74.2% ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ปี 2562 2563 2564 และ 9M2565 อยู่ที่ 1,255 ลบ. 1,285 ลบ. 2,254 ลบ. และ 1,757.6 ลบ. และมีกำไรปี 2562 2563 2564 และ 9M2565 อยู่ที่ 66 ลบ. 82 ลบ. 314 ลบ. และ 211 ลบ. โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR ตลอด 3 ปีที่ 34% และ 148% ต่อปีตามลำดับ เนื่องจากการขายไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และเงินบาทที่อ่อนค่าหนุนการเติบโตของกำไร

•ความต้องการบริโภคแป้งมันสำปะหลังจากจีนในปี 2561-2564 เติบโตเฉลี่ย 14.3% ต่อปี โดยประเทศจีนเป็นผู้นำเข้าแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลกโดยมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 1,538.5 ตันในปี 2561 สู่ 2,630.1 ตันในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14.3% ต่อปี ขณะที่ไทยเป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังเพื่อการส่งออกอันดับต้นๆ ของโลกโดยในปี 2561 พื้นที่เพาะปลูกมีขนาดประมาณ 8.62 ล้านไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 31.08 ล้านตัน และปี 2564 มีพื้นที่เพาะปลูกขนาดประมาณ 10.92 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 2.3 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้น 26.7% และในปี 2564 พื้นที่เพาะปลูกดังกล่าวสามารถให้ผลผลิตประมาณ 35.09 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 5.72 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 19.5% โดยประเทศที่ไทยส่งออกสูงสุดได้แก่ ประเทศจีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

•จำนวนหุ้น IPO 170 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น วัตถุประสงค์การระดมทุน 1) ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังในจังหวัดใหม่เพิ่มเติม 1 แห่ง เพื่อขยายกำลังการผลิต 2) ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส 3) ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และ 4) เงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

 

หุ้นมีข่าว

(+) PTG SUSCO OR (Bloomberg consensus 15.90 / 5.00 / 26.00 บาท) กบง. มีมติเห็นชอบค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม โดยปรับค่าการตลาดฯ กลับสู่สภาวะปกติตามปี 63 ทั้งกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และกลุ่มน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล เฉลี่ยอยู่ที่ 2.00 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันมีรายรับในส่วนของน้ำมันดีเซลลดลงเป็นประมาณ 37.23 ล้านบาทต่อวัน (หรือประมาณ 1,117 ล้านบาทต่อเดือน) ทั้งนี้ จะทำให้ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซินปรับลดลง ประมาณ 0.90-1.20 บาทต่อลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่ วันที่ 15 ก.พ.66 เป็นต้นไป (ที่มา อินโฟเควสท์)

(-) GUNKUL (Bloomberg consensus 5.80 บาท) ไม่หยุดผลิตไฟฟ้า แม้ศาลสั่งเพิกถอนที่ดิน 1.7 พันไร่ เตรียมอุทธรณ์ บิ๊กแจงซื้อที่ดินโปร่งใส มีแบงก์ตรวจสอบก่อนปล่อยกู้ ลั่นไม่ต้องตั้งด้อยค่าที่ดินมูลค่าซื้อ 600-700 ล้านบาท มองแง่ร้ายสุดจะมีผลกระทบ 20 เมกะวัตต์ ไม่เยอะเทียบกับ 670 เมกะวัตต์ ชูผ่านด่านไฟฟ้าหมุนเวียนพันเมก วงในเผยเหตุโอกาสชนะริบหรี่ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PREB (Bloomberg consensus - บาท) กางแผน 5 ปี รายได้รวมยืนเหนือ 4.5 พันล้านบาท เดินหน้าประมูลงานรับเหมาปี 2566 มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หวังมีโอกาสได้งานใหม่เติมพอร์ตไม่น้อยกว่า 30-40% อวดแบ็กล็อกหนา 6 พันล้านบาท คาดรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 50% ด้านธุรกิจอสังหาวางเป้ารายได้โต 20% กว่า 1,100 ล้านบาท และยอดขาย 1.3 พันล้านบาท เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) STARK (Bloomberg consensus 5.05 บาท) เล็งเป้าปี 2566 รายได้โตแบบ Double Digit จากธุรกิจสายไฟฟ้าและสายเคเบิลที่ตลาดยังเติบโตได้ทั้งจากการขยายตัวของความต้องการไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ด้าน เฟ้ลปส์ ดอด์จ บริษัทลูก โชว์ศักยภาพได้งานสายไฟฟ้าสนามบิน (Airport Lighting Cable) ในโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ รันเวย์ที่ 3 ที่ก่อสร้างใหม่ มีก่าหนดส่งมอบส่วนใหญ่ภายในปี 2566 (ที่มา ทันหุ้น)