วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รายงาน IMF ออกมาดี เหลือรอแค่ผลประชุมเฟดไม่สร้างความกังวล

ระยะสั้นเบาใจลงเรื่องเศรษฐกิจโลก IMF ออกรายงานเศรษฐกิจรายไตรมาสฉบับ ม.ค.66 ในชื่อ “Inflation Peaking amid Low Growth” (เงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดขณะเศรษฐกิจโลกเติบโตในระดับต่ำ) ในช่วงเช้า 8.30 น. วันที่ 31 ม.ค. (เวลาไทย)

ซึ่งโทนของรายงานออกมาดีดังที่เราคาด โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่

•    มองเศรษฐกิจโลกต่ำสุดในปี 2566 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในปี 2567 โดยคาด GDP โลกจะลดลงจากปี 65 ที่ 3.4% เป็น 2.9% ในปี 66 ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 3.1% ในปี 67
•    เพิ่มคาดการณ์ Global GDP ปี 2566 เป็น 2.9% (จาก 2.7%) โดยหลักมาจากการถดถอยในยุโรปที่ไม่ลึกดังคาด / เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอแต่ไม่เกิดการถดถอย รวมไปถึงการที่จีนเปิดประเทศเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
•    ความเสี่ยงต่างๆยังโน้มเอียงไปในทางลง แต่ความเสี่ยงทางร้ายอยู่ในระดับปานกลางจากปัจจัยหนุนเรื่องเงินเฟ้อที่ลดลงเร็ว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง จะมาจากสถานการณ์ทางสุขภาพในจีน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจกดดันต่อสถานการณ์การเงินโลก

 

คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และหากไม่มีการส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงทิศทางหรือขนาดของการขึ้นดอกเบี้ย ตลาดยังน่าจะประเมินดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันใกล้ระดับสูงสุดของวัฏจักร ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอื่นทั่วโลก ยังน่าจะเป็นปัจจัยกดดันการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ และเป็นบวกต่อเงินทุนเข้าเอเชียและตลาดเกิดใหม่
 

 

 

พลังงานหมุนเวียนอาจดีกว่าตลาดคาด – การประกาศจำนวนโครงการและกำลังการผลิตที่ผ่านคุณสมบัติขั้นต่ำ เมื่อ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 318 โครงการ 7,729MW คิดเป็นอัตราการแข่งขันที่เพียง 1.48 เท่า ลดลงมากจากตอนยื่นครั้งแรก 17,400MW (แข่งขัน 3.32 เท่า) ขณะที่พลังงานลม ผ่านคุณสมบัติเพียง 1,291MW ต่ำกว่าโควต้า 1,500MW และพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมแบตเตอรี่ 1,253MW มากกว่าโควต้า 1,000MW เพียงเล็กน้อย เท่านั้น มองผู้ยื่นประมูลที่มีจำนวนโครงการผ่านเยอะ เช่น GUNKUL (21), TSE (18), EGCO (7), UAC (5) น่าจะได้ประโยชน์

ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, AJ, PTL, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ DMT, TVDH, FLOYD, SORKON, ASW, S, CBG, AEONTS 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR

ภาพรวมกลยุทธ์: สัญญาณเศรษฐกิจโลกจาก IMF ช่วยจำกัด downside ของตลาด ขณะที่หากไม่มีเซอร์ไพรซืจากเฟด จะเป็นปัจจัยหนุนการปรับตัวขึ้นแม้อาจจะผันผวนจากงบรายตัวในระยะสั้นบ้างก็ตาม การเก็งกำไรระยะสั้นเน้นหุ้นที่ยัง Laggard และเปิดเมืองที่ยังขึ้นน้อย รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่จะลดลง //หุ้นแนะนำ: MAJOR, FLOYD*, KSL*, TVDH*

แนวรับ: 1,670 / แนวต้าน : 1,688-1,700 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยราคาบ้านชะลอตัว – ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 8.2% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี แต่ต่ำกว่าระดับ 9.2% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีราคาบ้านลดลง 0.1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 5

ยูโรสแตทเผยเศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 4/65 - GDP ของยูโรโซน ขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 4/2565 เมื่อเทียบรายไตรมาส หลังจากมีการขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 1.9% ในไตรมาส 4

เวียดนามเผยยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง 44 เท่าในเดือนม.ค. – เวียดนามมียอดนักเดินทางต่างชาติ 871,200 คน ในเดือนม.ค. 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 44 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการกลับมาฟื้นเที่ยวบินระหว่างประเทศหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

กทพ.คาดเซ็นสัญญาผู้รับเหมากระทู้-ป่าตอง ธ.ค.66 – คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญากับบริษัทผู้ที่รับคัดเลือกให้ดำเนินโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ภายในเดือน ธ.ค.66 การก่อสร้างน่าจะเริ่มได้ในช่วงปี 70 และจะเปิดให้บริการได้ทันการงน Specialised Expo 2028 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือน มี.ค.ถึงมิ.ย.71

ครม.ไฟเขียว NT ลงทุนให้บริการ 5G กว่า 6 พันลบ. - NT ประเมินแล้วโครงการมีความคุ้มค่าในการลงทุนโดยมีผลตอบแทนทางการเงิน อยู่ที่ 28.71% มีระยะเวลาคืนทุน 6 ปี 6 เดือน ขณะที่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 16% เกิดมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 263 ล้านบาท

 

ประเด็นติดตาม: 1 ก.พ. – EU CPI, ISM Manufacturing PMI, Fed Interest  / 2 ก.พ. - ECB Interest Rate Decision / 3 ก.พ. – Nonfarm Payrolls, ISM Non-Manufacturing PMI / 6 ก.พ. - EU Retail Sales

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)