แกว่งตัวโดยภาพรวมระยะกลางยังเป็นบวก ปัจัจยติดตามที่สำคัญ ได้แก่ 1) IMF ให้มุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะถดถอยในปีนี้ได้ 2) OECD มองการเปิดประเทศของจีนเป็นบวกต่อเศรษฐกิจโลก
3) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) วันที่ 1 ก.พ. น่าจะเห็นการส่งสัญญาณถึงจุดสูงสุดของวัฎจักรการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และ 4) การแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเรสของประธานาธิปดีไบเดน ที่จะส่งสัญญาณถึงนโยบายสำคัญๆ และความสัมพันธ์กับต่างประเทศ หากมีการส่งสัญญาณบวกต่อจีน จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจโลก หลังผู้นำจีนและรมว.ต่างประเทศจีน ส่งสัญญาณบวกต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในช่วงก่อนหน้า
การตั้งสำรองที่สูงยังกดดันหุ้นธนาคารและกลุ่มการเงิน TISCO รายงานกำไร 1.8 พันล้านบาท (+2% QoQ, +1% YoY) ต่ำกว่าเราและที่ตลาดคาดการณ์ 13% และ 5% ตามลำดับ โดยหลักมาจากประเด็นเรื่องการตั้งสำรอง ซึ่งหากไม่รวมสำรอง กำไรก่อนการตั้งสำรอง (PPOP) จะเพิ่มขึ้น +13% QoQ ซึ่งเมื่อรวมกับการรายงานผลประกอบการของ LHFG ที่กำไรลดลง QoQ จากการตั้งสำรองที่สูง ทำให้ประเด็นเรื่องตั้งสำรองจะยังเป็นปัจจัยติดตามของกลุ่มธนาคารและการเงิน อย่างไรก็ตามเราคาด BBL ที่มีลูกค้าในกลุ่ม Corporate สูงที่สุด (58% ของสินเชื่อ) และมีสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยลอยตัวสูง (82% ของสินเชื่อ) จะได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรองไม่มาก และได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นของไทยมากกว่าธนาคารอื่น
ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, AJ, PTL, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ STP, TNR, DMT, TVDH, KLINIQ, FLOYD, SORKON 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR
ภาพรวมกลยุทธ์: คาดตลาดแกว่งตัวกรอบแคบเมื่อเข้าสู่เทศกาลประกาศงบ การเก็งกำไรระยะสั้นเน้นหุ้นที่ยัง Laggard และกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์เกี่ยวกับฝั่งต้นทุนที่ลดลง จะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี ปัจจัยติดตามที่สำคัญในสัปดาห์นี้คือผลประกอบการกลุ่มธนาคาร คาด BBL รายงานกำไรเด่นสุดในกลุ่ม //หุ้นแนะนำ: AMANAH*, VRANDA, ROJNA*, BCPG*
แนวรับ: 1,674 และ 1,650/ แนวต้าน : 1,695-1,710 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
จีนเผยราคาบ้านลดลงติดต่อกันเดือนที่ 5 จากผลกระทบโควิดระบาด - ราคาบ้านใหม่ในเดือนธ.ค. ลดลง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน หลังจากที่ลดลง 0.2% ในเดือนพ.ย.เช่นกัน และเมื่อเทียบเป็นรายปี ราคาบ้านลดลง 1.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 หลังจากที่ลดลง 1.6% ในเดือนพ.ย.
จีนเผยรถยนต์แบรนด์จีนยอดขายพุ่ง 22.8% ในปี 2565 – จีนจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแบรนด์ที่ผลิตในประเทศได้ประมาณ 11.77 ล้านคันในปี 2565 โดยคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 49.9% เพิ่มขึ้น 5.4 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบเป็นรายปี
ไต้หวันครองตำแหน่งผู้นำเซมิคอนดักเตอร์ต่อเนื่องหลังส่งออกชิปเพิ่ม – การส่งออกชิป IC ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และสมาร์ตโฟน เพิ่มขึ้น 18.4% จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังเป็นปีที่สามติดต่อกันที่มีการเติบโตในระดับเลขสองหลัก
รฟท.ร่างเกณฑ์ประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์สายสีแดงเปิดเคาะราคา ก.พ.66 – คาดว่าผู้ว่าฯ รฟท.จะอนุมัติเพื่อออกประกาศ TOR เชิญชวนได้ในช่วงต้นเดือน ก.พ.66 คาดว่าจะสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกและเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.เห็นชอบ รวมทั้งทำสัญญากับเอกชนได้ในเดือน ก.ย.66 เพื่อเริ่มเข้าพื้นที่และทยอยเปิดให้บริการปลายปี 66
ตลท.ยันยังไม่มีข้อสรุปปรับเวลาเปิด-ปิดตลาดหุ้น - ตามแผนงานปี 66 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำการศึกษาและทบทวนความเหมาะสมของเวลาการซื้อขาย โดยจะมีการหารือกับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมต่อไป
ประเด็นติดตาม: 18 ม.ค. – EU CPI, US Retail Sales, US PPI / 19 ม.ค. – US Building Permits / 20 ม.ค. – US Existing Home Sales / 24 ม.ค. – US & EU Manufacturing PMI, Services PMI / 25 ม.ค. – TH Interest Rate Decision / 26 ม.ค. – US GDP Q4, US New Home Sales
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









