แกว่งขึ้น เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มค่าเงินบาท และกระแสเงินทุนไหลเข้า ในสัปดาห์ที่แล้ว (9-13 มกราคม 2566) ตลาดหุ้นไทยผันผวนมากแต่ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง
โดยกระแสเงินทุนจากต่างชาติยังคงไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งจากการที่อัตราผลตอบแทนพันบัตรทั่วโลก และดัชนี US dollar index ลดลง แต่ดัชนี SET ยังไม่สามารถทะลุแนวต้านหลักทางจิตวิทยาที่ 1,700 จุดได้ ทั้งนี้ ราคาหุ้นในตลาดสะท้อนข่าวบวก (จีนกลับมาเปิดประเทศ และโมเมนตัมการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยรวมถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวม) ไปแล้วอย่างรวดเร็ว โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศเป็นกลุ่มหลักที่ขายหุ้นออกมาในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการที่หุ้น DELTA* ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์แกว่งตัวแรง
สำหรับในสัปดาห์นี้ เราคาดว่าดัชนี SET จะขยับขึ้นต่อ ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศยังคงเป็นบวกเช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อน ดังนั้น ปัจจัยมหภาคโลกจึงน่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของกระแสเงินทุนจากต่างชาติ และสินทรัพย์เสี่ยงในภาครวม นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารสหรัฐหลายแห่งประกาศผลประกอบการ 4Q65 ออกมาดีเกินคาด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับฤดูประกาศผลประกอบการงวดนี้ของสหรัฐ ในขณะเดียวกัน นายธนาคารของสหรัฐพากันออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกินภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเดือนธันวาคมที่จะมีการประกาศออกมาในสัปดาห์นี้ซึ่งต้องจับตาคือ ยอดค้าปลีก และ ข้อมูลที่อยู่อาศัยอีกสองสามตัว
ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเดือนธันวาคม ค่าเงินบาท และผลประกอบการธนาคารไทย
ปัจจัยภายนอก: ยอดค้าปลีกสหรัฐ และข้อมูลที่อยู่อาศัยเพื่อยืนยันว่า GDP 4Q65 ของสหรัฐยังแข็งแกร่ง ในสัปดาห์นี้ จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเดือนธันวาคมชุดสุดท้ายออกมา ได้แก่ ยอดค้าปลีก (วันที่ 18 มกราคม) รายงานการเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ (วันที่ 19 มกราคม) และ รายงานยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (วันที่ 20 มกราคม) ซึ่งตัวเลขเหล่านี้น่าจะช่วยยืนยันว่า GDP ใน 4Q65 จะยังคงแข็งแกร่งที่ประมาณ 4% QoQ SAAR อย่างไรก็ตาม GDP ที่ออกมาดีจะกลายเป็นฐานที่สูงสำหรับ 1Q66 ซึ่งอาจจะเห็น GDP สหรัฐโตต่ำมาก หรืออาจจะถึงกับหดตัวลงได้ในกรณีเลวร้ายที่สุด
ปัจจัยภายใน: ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และผลประกอบการ 4Q65 ของธนาคารไทย
เราคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับในสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความคาดหวังของตลาดว่า Fed จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ในเร็ว ๆ นี้ และเงินดอลลาร์ฯ จะอ่อนค่าลง ซึ่งจะทำให้ยังคงมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนยังควรต้องจับตาผลประกอบการ 4Q65 ของกลุ่มธนาคารไทย ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและคุณภาพสินทรัพย์ในระบบธนาคาร
ยังคงสะสมหุ้นต่อไปในช่วงที่ตลาดผันผวน
เรายังคงกลยุทธ์หลักเอาไว้เช่นเดียวกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะยังมีแนวโน้มผันผวน หลังจากที่ขยับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และหุ้นใหญ่อย่าง DELTA* อาจจะยังผันผวนอยู่ แต่เรายังมองบวกกับแนวโน้มของดัชนี SET เดือนมกราคมท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง, เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง เรายังชอบหุ้นในธีมที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ และการท่องเที่ยว รวมถึงหุ้น contra-yield trade ซึ่งได้แก่ BBL*, KTB*, CPALL*, HMPRO*, BDMS*, ERW*, SAWAD*, TIDLOR* และ WHA









