เฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด หุ้นรายงานพิเศษ DTCENT

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 7.1% ส่งผลให้ตลาดผ่อนคลายมากขึ้น สอดคล้องกับตลาดในภูมิภาค โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,633.36 จุด +7.45 จุด +0.46% มูลค่าการซื้อขาย 57,299.43 ลบ. ต่างชาติ +2,177.011 ลบ. TFEX +11,969 สัญญา ตราสารหนี้ +3,420 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 77.28 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) และกลุ่มโอเปคคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะฟื้นตัวในปีหน้า
+/- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี
+ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาน้ำเข้าปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือนพ.ย. โดยมีสาเหตุจากการปรับตัวลงของราคาพลังงาน รวมทั้งการแข็งค่าของดอลลาร์ และสนับสนุนมุมมองที่ว่าเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 142.29 จุด หรือ -0.42% หลังจากเฟด มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาดในการประชุมครั้งล่าสุด อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลานานขึ้น เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย
- ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) คาดว่าเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวในปี 65 ได้ที่ 3.4% และในปี 66 จะอยู่ที่ 3.6% ซึ่งได้ปรับลดลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 4.3% หรือลดลง 0.7% เนื่องจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายโลกที่เกิดขึ้นเร็วขึ้น
- สศช. เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องเฝ้าระวังสินเชื่อยานยนต์ และติดตามผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาอุทกภัย และลูกหนี้เสียที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดย เฟด มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาดตลาดคาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้น ยังช่วยหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,628-1,638 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• FTSE SET Large Cap : หุ้นเข้า AWC หุ้นออก JTS FTSE SET Mid Cap : หุ้นเข้า JTS RAM TLI หุ้นออก AWC BTSGIF TFFIF มีผล 19 ธ.ค.65
• ลุ้นช้อปดีมีคืนปี 66 : BJC CPALL MAKRO CRC COM7 SPVI CPW JMART HMPRO ZEN M AU
• จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเร่งตัวขึ้น : BCH CHG EKH THG WPH
• สินค้าส่งออกเดือน ต.ค. ที่ยังเติบโตได้ดี : TEAM HANA KCE SMT
หุ้นรายงานพิเศษ
DTCENT ( SET/Technology / ICT )
ราคา IPO 2.86 บาท (PE Ratio 46.78 เท่า) ราคาเหมาะสม 3.30 บาท
• บมจ. ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ (DTCENT) เป็นผู้ออกแบบ ผลิต จัดจำหน่าย และให้บริการเช่าอุปกรณ์สำหรับติดตามยานพาหนะ (GPS Tracking) รวมไปถึงการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาโครงการไอโอทีโซลูชั่น (IoT Solution) ตลอดจนระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี AI ให้แก่ลูกค้าทั้งในภาครัฐบาล และในภาคเอกชน
• ช่วงปี 62-64 บริษัทมีรายได้ 806 ลบ. 636 ลบ. และ 585 ลบ. ตามลำดับ หดตัว CAGR เฉลี่ย 15% ต่อปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับมาตรการจำกัดการเดินทางในแต่ละจังหวัด ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมการขนส่งซึ่งเป็นลูกค้าหลักชะลอตัวลง ขณะที่ %GPM มีแนวโน้มลดลงสู่ 62.6%, 55.5% และ 49.1% ตามลำดับ จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ส่งผลให้ช่วงปี 62-64 มีกำไรสุทธิ 166 ลบ. 109 ลบ. และ 77 ลบ. หดตัว CAGR เฉลี่ย 32% ต่อปี ขณะที่ช่วง 9M65 บริษัทมีรายได้และกำไรเท่ากับ 476 ลบ. +10%YoY และ 52 ลบ. -6.4%YoY โดยรายได้พลิกฟื้น YoY จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง แต่กำไรถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ กำไร 9M65 คิดเป็น 49% ของประมาณการทั้งปี 65 ที่ 106 ลบ.
• คาดผลประกอบการปี 2565-66 เติบโตเฉลี่ย CAGR 46% ต่อปี สู่ 106 ลบ. และ 165 ลบ. ตามลำดับ โดยมีปัจจัยเติบโตจาก 1) ธุรกิจ GPS Tracking ฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง 2) รายได้จากกลุ่มบริษัทย่อยที่จำหน่าย Software และ Application ใหม่ปีนี้ และ 3) กลุ่มงาน IoT Solution ของภาครัฐ เริ่มเปิดประมูลมากขึ้น
•ราคา IPO 2.86 บาท (PE Ratio 46.78 เท่า) จำนวนหุ้น IPO 305 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนราว 870 ลบ. มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อใช้สำหรับลงทุนสร้างศูนย์บริหารจัดการและบริการข้อมูลยานพาหนะ และ 2) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
**Globlex Securities เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจ่ำหน่าย**
หุ้นมีข่าว
(+) TSE (Bloomberg consensus 3.10 บาท) ลุยหนักประมูลไฟฟ้าทดแทน ผ่านคุณสมบัติสูงสุดถึง 50 โครงการ แบ่งเป็น SPP จำนวน 8 โครงการ และ VSPP จำนวน 42 โครงการ รวม 420 เมกะวัตต์ มั่นใจศักยภาพพร้อมเงินทุน พร้อมเปิดทางพันธมิตรต่อยอด ลุ้นประกาศผล 22 มีนาคม ปีหน้า ปั๊มคาร์บอนเครดิตทำเงินปีหน้า (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CPF (Bloomberg consensus 31.40 บาท) บอร์ดไฟเขียวทุ่มงบ 5 พันล้านบาท ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 200 ล้านหุ้น ผ่านกระดานตลาดหลักทรัพย์ หลังราคาหุ้นในกระดานต่ำกว่าบุ๊กแวลู เริ่ม 19 ธันวาคม 2565 - 18 มิถุนายน 2566 พร้อมตั้ง 2 บริษัทย่อยใหม่ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) VIBHA (Bloomberg consensus 2.65 บาท) เดินหน้าเข็น "โรงพยาบาลบางโพ" เข้าตลาดหุ้น เสริมแกร่งระยะยาว คาดชัดเจนในไม่เกินปี 2567 พร้อมทุ่มงบ 600 ล้านบาท รีโนเวต-อัพบริการเพิ่ม ปูทางโกยเงินระยะยาว ส่วนปี 2566 หวังรายได้ใกล้เคียงปี 2565 รับคนไข้ฟื้น-โปรดักต์ใหม่หนุน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) AI-AIE (Bloomberg consensus - บาท) บิ๊ก "ธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์" ฉายภาพธุรกิจ AI-AIE ปี 2566 ฟื้นตัวแรง โชว์งานลูกถ้วยนวัตกรรมรายแรก ระบุมีออเดอร์แล้ว 700 ล้านบาท จ่อประมูลงานเพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท คาดได้งานราว 50-60% ด้านธุรกิจไบโอดีเซลดีมานด์เพิ่ม ตั้งแต่ ไตรมาส 4/2565 รับเทศกาลท่องเที่ยว ลุ้นภาครัฐปรับสูตรน้ำมัน B5 เป็น B7 เชื่อหนุนดีมานด์รวมขึ้นอีก 40% (ที่มา ทันหุ้น)







