ตำรวจสอบสวนกลางจับยกแก๊งจีนเทา เปิดแอปฯเถื่อน 'Jihui Jinfu' หลอกลงทุนหุ้น IPO เสียหายกว่า 7 พันล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สตม. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย (นายหยาง, นายหวัง, นายลี่) ตามหมายจับของทางการจีนในข้อหารับฝากเงินจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย กลุ่มผู้ต้องหาได้สร้างแอปพลิเคชันเถื่อนชื่อ "Jihui Jinfu" เพื่อหลอกระดมทุนจากประชาชน โดยอ้างว่าจะนำไปลงทุนในหุ้น IPO และการันตีผลตอบแทนสูง 12% ต่อปี การหลอกลวงดังกล่าวไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนจริง ทำให้มีผู้เสียหายในประเทศจีนกว่า 8,000 ราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,600 ล้านหยวน หรือประมาณ 7 พันล้านบาท
KEY
POINTS
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สตม. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย (นายหยาง, นายหวัง, นายลี่) ตามหมายจับของทางการจีนในข้อหารับฝากเงินจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย
- กลุ่มผู้ต้องหาได้สร้างแอปพลิเคชันเถื่อนชื่อ "Jihui Jinfu" เพื่อหลอกระดมทุนจากประชาชน โดยอ้างว่าจะนำไปลงทุนในหุ้น IPO และการันตีผลตอบแทนสูง 12% ต่อปี
- การหลอกลวงดังกล่าวไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนจริง ทำให้มีผู้เสียหายในประเทศจีนกว่า 8,000 ราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,600 ล้านหยวน หรือประมาณ 7 พันล้านบาท
- ผู้ต้องหาทั้งหมดได้หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เพื่อเตรียมผลักดันกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ร่วมกันควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับสัญชาติจีน จำนวน 3 คน ได้แก่ นายหยาง (Mr.Yang) อายุ 41 ปี หัวหน้าผู้ควบคุม, นายหวัง (Mr.Wang) อายุ 46 ปี ฝ่ายการเงิน และ นายลี่ (Mr.Li) อายุ 46 ปี ฝ่ายการตลาด ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีนในความผิดฐาน "รับฝากเงินจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย" หลังจากทั้งหมดได้หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมตัวได้ที่คอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ และบ้านพักในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
โดยพฤติการณ์สืบเนื่องจากทางการจีนได้ทำการสืบสวนพบว่า ตั้งแต่ปี 2558 ผู้ต้องหาทั้งสามรายได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทและทำการระดมทุนจากประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยโฆษณาชวนเชื่อว่าจะนำเงินไปลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เตรียมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และการันตีผลตอบแทนสูงถึง 12% ต่อปี
นอกจากนี้ยังได้สร้างแอปพลิเคชันชื่อ "Jihui Jinfu" ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มในการลงทุนและสร้างความน่าเชื่อถือ แต่เงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปลงทุนจริง กลับถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้ต้องหา เมื่อถึงกำหนดจ่ายผลตอบแทน บริษัทฯ กลับไม่สามารถชำระเงินคืนได้ตามสัญญา ทำให้มีผู้เสียหายในประเทศจีนกว่า 8,000 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,600 ล้านหยวน (หรือประมาณ 7 พันล้านบาท)
ต่อมาผู้ต้องหาทั้งหมดได้หลบหนีออกจากประเทศจีนและเดินทางเข้ามากบดานในประเทศไทย โดยบางรายใช้วีซ่านักเรียนเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ทางการจีนจึงได้ประสานข้อมูลมายังทางการไทยเพื่อขอความร่วมมือในการติดตามจับกุม จนนำไปสู่การเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และเข้าควบคุมตัวเพื่อรอผลักดันส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป เบื้องต้นนายหยางและนายหวัง รับทราบถึงคดีที่เกิดขึ้นและพยายามหลบหนี ส่วนนายลี่ให้การปฏิเสธ
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., ว่าที่ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ ผกก.2 บก.ปอท. สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์ สว.กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ดำเนินการ







