เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวหนุนเฟดชะลอหรือหยุดขึ้นดอกเบี้ย สหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อ พ.ย.ที่ 7.1% ชะลอตัวต่อเนื่องจาก ต.ค.ที่ 8.0% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 7.3% โดยเห็นสัญญาณของการปรับตัวลงของค่าใช้จ่ายหลายรายการ
อาทิ พลังงาน, ค่าไฟและสาธารณูปโภค, รถยนต์และรถบรรทุก, ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง, ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ขณะที่ค่าเช่าบ้านเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว เรามองตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ที่อยู่ในเส้นทางชะลอตัวตามที่คาด ประกอบกับการกลับมาซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศ (จากนักลงทุนทั่วไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่าน SSF และ RMF) จะหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในช่วงธ.ค.
ตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอาจส่งผลบวกต่อตลาดเกิดใหม่มากกว่าหุ้นสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอจะช่วยให้เฟดสามารถชะลอการขึ้นดอกเบี้ย และอาจรวมไปถึงการหยุดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ กับประเทศอื่นหดแคบลง สะท้อนผ่านการอ่อนค่าของดัชนีค่าเงินสหรัฐฯ ส่งผลบวกต่อทิศทางค่าเงินตลาดเกิดใหม่ ทั้งนี้ในอีกมิติหนึ่ง เงินเฟ้อโดยเฉพาะค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายด้านบริการ คือตัวเลขที่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของค่าแรงในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ดังนั้นการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อ คือสัญญาณล่วงหน้าของการลดลงค่าแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับรายได้ และผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในระยะถัดไป ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังเผชิญแรงกดดันของการปรับลดประมาณการไปอีกระยะ สถานการณ์ดังกล่าวจึงทำให้เราประเมินแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะไทยกับอาเซียนอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่า
ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ
1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR
2) การขายไฟพลังงานมทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP
3) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรผ่านจุดสูงสุด ADVANC, EGCO, RATCH
4) อสังหาริมทรัพย์ SPALI, AP, LH, ASW 5) หุ้นเข้า FTSE (มีผล 16 ธ.ค.) ได้แก่ TLI และ PLUS
6) มีโอกาสเข้า SET50 ได้แก่ DELTA, RATCH, COM7 / มีโอกาสหลุด SET50 ได้แก่ SAWAD, BLA, KCE
7) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ STP, TNR, DMT, TVDH, KLINIQ, FLOYD
ภาพรวมกลยุทธ์ : ฟื้นตัว แนวต้าน 1,635-1,650 จุด กลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ เน้นกลุ่มหุ้นเปิดเมือง และบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ สอดรับกับการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อาจจะ peak แล้ว จะบวกต่อการฟื้นของหุ้นปลอดภัย ซึ่งเราชอบทั้งสื่อสาร (บริโภคฟื้น) และไฟฟ้า (เสนอขายไฟฟ้าหมุนเวียนรอบใหม่)
หุ้นแนะนำ : ADVANC, MAJOR, GUNKUL*, RATCH
แนวรับ: 1,614-1,625 / แนวต้าน : 1,635-1,650 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
จีนผ่อนปรนมาตรการคุมโควิดเพิ่ม ยกเลิกใช้แอปติดตามประวัติเดินทางปชช. – จีนสั่งยกเลิกการใช้แอปพลิเคชันติดตามบนโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ 13 ธ.ค. เป็นต้นไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้แอปดังกล่าวในการติดตามประวัติการเดินทางของประชาชนทั่วประเทศ โดยถือเป็นการผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการควบคุมโควิด-19 ระลอกล่าสุดที่จีนทยอยประกาศออกมาในช่วงนี้
ฮ่องกงผ่อนปรนคุมโควิดเพิ่ม ยกเลิกห้ามนักเดินทางเข้าบาร์-ร้านอาหาร - ฮ่องกงยกเลิกการบังคับใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม หลังจีนเริ่มผ่อนปรนนโยบายโควิดเป็นศูนย์อย่างรวดเร็วฉับไวตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นและเกิดสถานการณ์ความไม่สงบทางสังคมครั้งใหญ่
ไบแนนซ์ ระงับการถอนเหรียญ USDC ชั่วคราว – หลังนักลงทุนแห่ถอนวิตกผลกระทบ FTX ขณะที่ดำเนินการ "สวอปเหรียญโทเคน" เพื่อเปลี่ยนเหรียญสเตเบิลประเภทอื่น เช่น PAX หรือ BUSD เป็น USDC เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการถอน USDC ของนักลงทุน
กนอ.นับถอยหลัง 2 ปีดันไทยขึ้น Hub ด้าน EV อาเซียน – บริษัทยักษ์ใหญ่ของต่างประเทศหลายเจ้าเดินหน้าเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม EV ที่ไม่ว่าจะจากประเทศจีน ญี่ปุ่น ยุโรป ต่างเห็นว่าไทยมีศักยภาพพอที่จะเป็น Hub ด้าน EV ได้
ครม.เคาะเอกชนร่วมลงทุนมอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ได้ใช้ปี 68 - ครม. มีมติอนุมัติให้กรมทางหลวง (ทล.) ดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (โครงการร่วมลงทุน O&M) ตามหลักการของโครงการร่วมลงทุน O&M ที่คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)
MOSHI เคาะ IPO ที่ 21 บาท P/E 28.66 เท่า - บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น (MOSHI) วัตถุประสงค์การระดมเงินทุนจาก IPO ในครั้งนี้จะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนขยายสาขา และการลงทุนโครงการในอนาคต เช่น การเปิดสาขารูปแบบร้านค้าปลีกนอกห้างสรรพสินค้า (Stand alone) และรูปแบบร้านค้าแฟรนไชส์ (Franchise) เป็นต้น
Opportunity Day – 14 ธ.ค. – VL, PJW, AIMCG, VIBHA, WP, KJL, BRR/15 ธ.ค.–RCL, CEYE, NDR, HFT, RAM, JDF, FN/16 ธ.ค.–TPS, THAI, MENA, TM, PRIME, PLUS, STP
ประเด็นติดตาม : 14 ธ.ค. - Fed Interest Rate Decision / 15 ธ.ค. - ECB Interest Rate Decision, US Retail Sales / 16 ธ.ค. – EU CPI / 20 ธ.ค. – US Building Permits / 21 ธ.ค. – US CB Consumer Confidence, US Existing Home Sales / 22 ธ.ค. – US GDP Q3
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









