ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ พ.ย. คาดชะลอลงเหลือ 7.3% จาก 7.7% ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สามารถชะลอ หรือหยุดการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรอดูผลของการชะลอตัวของโมเมนตัมทางเศรษฐกิจที่มักจะมาช้ากว่าการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาได้
ทั้งนี้ แม้เงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) ในช่วงวันศุกร์ที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา จะออกมา 7.4% (สูงกว่าตลาดคาดที่ 7.2%) แต่ยังคงชะลอลงจาก ต.ค.ที่ 8.0% ซึ่งหากไม่มีการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและอาหารอย่างรุนแรง คาดเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะอยู่ในทิศทางชะลอตัวไปจนกลางปีหน้า ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะไม่ได้เป็นโฟกัสของตลาดและนักลงทุน แต่จะเปลี่ยนมาเป็นการลุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้ชะลอแบบค่อยเป็นค่อยไป (soft landing) แทนที่จะเป็นการเกิดถดถอย // ทั้งนี้หากไม่มีเซอร์ไพรซ์จากตัวเลขเงินเฟ้อ (13 ธ.ค.) และสัญญาณจากการประชุมเฟด (14 ธ.ค.) คาดตลาดหุ้นปลายปีมี Santa clause rally โดยนักลงทุนสถาบันมีแนวโน้มจะกลับมาซื้อสุทธิตามการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกอง RMF และ SSF
ยังมองบวกหุ้นเปิดเมือง ขณะที่เพิ่มความระวังหุ้นส่งออก ภาพรวมหุ้นเปิดเมืองยังบวกหลัง นักท่องเที่ยวถึงเป้า 10 ล้านคน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลบวกต่อกลุ่มเปิดเมือง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพ.ย. อยู่ที่ 47.9 ดีขึ้นเป็นเดือนที่ 6 การบริโภค, กำลังซื้อ และคุณภาพของลูกหนี้ ซึ่งบวกต่อค้าปลีกและการเงิน (ไฟแนนซ์) ขณะที่อาจต้องระวังหุ้นส่งออกที่โมเมนตัมปลายปีนี้-ต้นปีหน้าชะลอลง โดยพ.ย.-ธ.ค. คาดส่งออกติดลบในระดับ 20% ขณะที่ 4 เดือนแรกปีหน้าอาจติดลบในระดับ 10%
ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) การขายไฟพลังงานมทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP 3) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรผ่านจุดสูงสุด ADVANC, EGCO, RATCH 4) อสังหาริมทรัพย์ SPALI, AP, LH, ASW 5) หุ้นเข้า FTSE (มีผล 16 ธ.ค.) ได้แก่ TLI และ PLUS 6) มีโอกาสเข้า SET50 ได้แก่ DELTA, RATCH, COM7 / มีโอกาสหลุด SET50 ได้แก่ SAWAD, BLA, KCE 7) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ STP, TNR, DMT, TVDH, KLINIQ, FLOYD
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว 1,614-1,636 จุด กลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ เน้นกลุ่มหุ้นเปิดเมือง และบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ สอดรับกับการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง //หุ้นแนะนำ: MAJOR, TIDLOR, GUNKUL*, RATCH
แนวรับ: 1,614-1,625 / แนวต้าน : 1,650 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
โกลด์แมนแซคส์คาดจีนเปิดประเทศช่วยหนุน GDP ไทยขยายตัว 2.9% – คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์ จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเปิดประเทศของจีน โดยขณะนี้ทางการจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และมีแนวโน้มที่จะเปิดประเทศเร็วๆนี้ หนุนอุปสงค์การส่งออกและการเดินทางระหว่างประเทศ
สรรพสามิตเก็บรายได้ลดลง ผลจากลดภาษีดีเซล - การจัดเก็บรายได้ของกรม ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.-พ.ย.65) อยู่ที่ 75,639 ล้านบาท ลดลง 9.8% yoy และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 13,423 ล้านบาท หรือลดลง 15.1% เนื่องจากรัฐบาลได้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับประชาชน
กนอ.-ไทยแท้งค์ เทอร์มินัลฯ ร่วมลงทุนบริหารจัดการท่าเรือสาธารณะ – ลงนามสัญญาร่วมลงทุนในรูปแบบ Public Private Partnership (PPP) กับ บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด ดำเนินกิจการท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว และคลังเก็บสินค้าเหลว ระยะเวลาการให้สิทธิ 30 ปี หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ
ก.อุตสาหกรรม ออกประกาศมอก.หนุนมาตรฐานดัดแปลงรถน้ำมันเป็นไฟฟ้า - จัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและที่เกี่ยวข้องออกมาอย่างต่อเนื่อง จำนวน 2 มาตรฐาน ได้แก่ การบริการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าและการบริการดัดแปลงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หลังผู้บริโภคให้ความสนใจเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรรพากรย้ำเก็บภาษีขายหุ้น เริ่มเดือนแรกพ.ค.66 - คาดว่า ร่างกฎหมายจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ในเดือน ม.ค. 66 และเริ่มเก็บภาษีได้ในวันที่ 1 ของเดือนที่ 4 ถัดไป น่าจะเป็นวันที่ 1 พ.ค. 66 ซึ่งระยะเวลาในการจัดเก็บภาษีเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมายไว้ระบุไว้ทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เที่ยวด้วยกันเฟส 5 ยังไม่เข้าครม. – โดยคาดนำเสนอ 20 ธ.ค. และมาตรารของขวัญปีใหม่อื่นๆคาดนำเสนอในสัปดาห์หน้าเช่นกัน
Opportunity Day – 13 ธ.ค. – SIS, UTP, CHOW, ASAP, PRM, PIN, TWPC / 14 ธ.ค. – VL, PJW, AIMCG, VIBHA, WP, KJL, BRR / 15 ธ.ค. – RCL, CEYE, NDR, HFT, RAM, JDF, FN / 16 ธ.ค. – TPS, THAI, MENA, TM, PRIME, PLUS, STP
ประเด็นติดตาม: 13 ธ.ค. – US CPI / 14 ธ.ค. - Fed Interest Rate Decision / 15 ธ.ค. - ECB Interest Rate Decision, US Retail Sales / 16 ธ.ค. – EU CPI / 19 ธ.ค. – US Building Permits / 20 ธ.ค. – US CB Consumer Confidence, US Existing Home Sales
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









