วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวเคลื่อนไหวในแดนบวก ดัชนีรีบาวนด์หลังจากปรับตัวลงในวันก่อนหน้า นำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก ส่วนแรงขายมาจากหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง นักลงทุนจับตาการรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. ของสหรัฐ
ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,629.38 จุด +6.00 จุด +0.37% มูลค่าการซื้อขาย 61,703 ลบ.ต่างชาติ -437.79 ลบ. TFEX +5,003 สัญญา ตราสารหนี -3,838.43 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 56.22 จุด +0.17% หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการคาดการณ์ที่ว่าเฟด จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ตลาดถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานว่าขีปนาวุธของรัสเซียถูกยิงตกในโปแลนด์
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์ +1.2% ปิดที่ 86.92 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า ท่อส่งน้ำมันที่ลำเลียงน้ำมันไปยังฮังการีนั้น ถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากพบปัญหาแรงดันตก นอกจากนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดน้ำมัน
+ สหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 8%YoY ในเดือนต.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.3% และชะลอตัวลงจากระดับ 8.4% ในเดือนก.ย. ส่วนดัชนี PPI พื นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.4%YoY โดยชะลอตัวจากระดับ 5.6% ในเดือนก.ย.
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 19.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75%
+ ครม.มีมติให้ปรับลดค่าธรรมเนียมวีซ่ารักษาพยาบาล 1 ปี จากเดิมรายละ 6,000 บาท เหลือรายละ 5,000 บาท หนุนนโยบาย Medical Hub
+ ททท. เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในช่วง ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังมองเป็นบวก โดยตั้งเป้าไว้ตามเดิม คือ สามเดือนสุดท้ายนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยไม่ต่้กว่า 1.5 ล้านคน/เดือน ซึ่งจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวปี 65 ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน
ปัจจัยลบ
- โอเปค ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2565 เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เดือนเม.ย. รวมถึงปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้าลงด้วย อันเนื่องมาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ระดับสูงและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- อังกฤษรายงานว่า อัตราว่างงานปรับตัวขึ้นแตะ 3.6% ในเดือนก.ค.-ก.ย. ขณะที่ ตำแหน่งงานว่างปรับตัวลงในการรายงาน 5 ครั้งติดต่อกัน เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ วิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ
- รัสเซียประกาศจะต่อต้านความพยายามที่จะให้รัสเซียจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้แก่ยูเครน
+/- ผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐค่อนข้างชัดเจนว่า พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะแบ่งกันไปคนละสภา โดยเดโมแครตสามารถครองวุฒิสภา และรีพับลิกันครองสภาผู้แทนราษฎร
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนจากสหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ต่ำกว่าคาด ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากรายงานว่าขีปนาวุธของรัสเซียถูกยิงตกในโปแลนด์คาดกรอบดัชนีในวันนี้ ที่ 1,620-1,635 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL KBANK
• ลุ้น เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5-มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เข้าครม. 28 พ.ย. : ERW CENTEL VRANDA ASAP SPA AAV BA AOT
• ลุ้นมาตรการอุดหนุน EV เข้า ครม. เดือน พ.ย. นี : EA NEX BYD GPSC
• MSCI Rebalancing มีผล 30 พ.ย. : MSCI Global Standard หุ้นเข้า : - , หุ้นออก : BAM
MSCI Global Small Cap หุ้นเข้า: BAM, ERW, JWD, NEX, RAM หุ้นออก: PSG, SYNEX
หุ้นรายงานพิเศษ
POLY - บริษัท โพลีเน็ต จ้ากัด (มหาชน)
SET/Industrials (ราคา IPO 6.80 บาท)
(ราคาเหมาะสม consensus 8.00 - 8.50 บาท)
•POLY เป็นเป็นผู้ประกอบธุรกิจขึ้นรูป ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาง พลาสติก ซิลิโคน แม่พิมพ์ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค
•บริษัทมีรายได้ปี 62-64 และงวด 9M65 เท่ากับ 581.4 ลบ. 522.7 ลบ. 786.1 ลบ. และ 789.5 ลบ. ตามลำดับ และรายงานผลประกอบการ ปี 62-64 และงวด 9M65 มีกำไรสุทธิที่ 13.1 ลบ. 21.8 ลบ. 120.9 ลบ. และ 122.5 ลบ. ตามลำดับ เป็นผลมาจากการมองเห็นโอกาสในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่และปรับกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง ขณะที่ GPM ปี 62-64 และงวด 9M65 อยู่ที่ 17.7% 19.2% 28.3% และ 24.8% โดยอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุจากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ในกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยที่สูงกว่า
•จำนวนหุ้น IPO 120 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.7% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้ 1.0 บาทต่อหุ้น โดยราคา IPO คิดเป็น P/E ประมาณ 20.4 เท่า เมื่อเทียบกับ P/E กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ P/E อยู่ระหว่าง 22.0 – 24.7 เท่า วัตถุประสงค์การระดมทุน 1.เพื่อสำหรับจ่ายคืนหนี้สินเงินกู้ยืมจากสถาบัน 2. เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ 3.เพื่อใช้สำหรับลงทุนในโครงการขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม
หุ้นมีข่าว
(+) ORI ( Bloomberg Consensus 13.25 บาท) จ่อโอน 2 โครงการใหญ่มูลค่า 7.6 พันล้านบาท ใน Q4/2565 แถมตุนแบ็กล็อก แน่นกว่า 4.1 หมื่นล้านบาท ทยอยโอนถึงปี 2568 คาดภาครัฐไม่ต่อมาตรการ LTV หนุนผู้ซื้อเร่งซื้อ และโอนโครงการก่อน 31 ธันวาคมนี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ASW ( Bloomberg Consensus 10.00 บาท) กางแผนธุรกิจปี 2566 ลุยเปิดโครงการกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ปักธงรายได้ที่ 7.2 พันล้านบาท เติบโต 20% หลังมีโครงการรอโอนกว่า 2 หมื่นล้านบาท มองตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ดี ดีมานด์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ส่วนผลงานไตรมาส 4/2565 คาดว่ารายได้จะทำได้มากกว่าไตรมาส 3/2565 มั่นใจรายได้ปี 2565 ตามนัดที่ 6 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) COM7 (Bloomberg consensus 39.00 บาท) กางแผนปี 2566 ลุยเปิดสาขาเพิ่มอีก 150 แห่ง จากปีนี้ที่ 166 แห่ง และขยายธุรกิจร้านขายยา Dr.Pharma โดยร่วมมือกับบริษัทในเครือ BDMS ปี 2566 เตรียมขยาย 10 สาขา ด้านยอดขายไตรมาส 4/2565 กลุ่มสินค้า iPhone ยังหนุนยอดขายต่อเนื่อง มั่นใจรายได้ปี 2565 โตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CHAYO (Bloomberg consensus 10.55 บาท) มองเศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นจังหวะดีปล่อยสินเชื่อใหม่ วางงบ 200-300 ล้านบาท เน้นภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่กลับมาเด่น วางเป้าปี 2566 ปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 1 พันล้านบาท ด้านธุรกิจซื้อหนี้เข้าไฮซีซันกำเงิน 1.5 พันล้านบาท ลุยซื้อหนี้ใหม่เติมพอร์ตไม่น้อยกว่า 3-7 พันล้านบาท หลังเห็น TOR เหลือประกาศอีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท แย้มมีสรุปดีลพฤศจิกายนนี้ (ที่มา ทันหุ้น)









