วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังเลือกลงทุนรายตัว ขณะที่อาจแกว่งบ้างจากปัจจัยหลากหลายในสัปดาห์นี้

กลุ่มพลังงาน ผันผวนตามข่าวเปิดเมืองจีนและผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบในช่วงสั้นมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนจาก ปัจจัยสำคัญ 2 เรื่อง

ได้แก่ ข่าวการเปิดเมืองของจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ยังยืนยันทิศทางการดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (zero covid policy) ที่อาจกระทบกับความต้องการใช้น้ำมันดิบ กับการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มว่าพรรคเดโมแครตทีมีนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด น่าจะเสียที่นั่งในสภาล่าง (ส.ส.) และอาจรวมถึงสภาบน (ส.ว.) ให้กับทางพรรครีพับริกัน ส่งผลให้นโยบายด้านพลังงานอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง เรามองตลาดอาจลดความคาดหวังเกี่ยวกับการลงทุนในธีมพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดลงในระยะสั้น และทำให้น้ำมันดิบและพลังงานดั้งเดิมมีโอกาสฟื้นตัว อย่างไรก็ตามในระยะกลาง อุปทานของน้ำมันดิบที่ตึงตัว คาดจะทำให้น้ำมันดิบทรงตัวในระดับที่สูงได้ต่อเนื่อง จะกลับมาทำให้การลงทุนในพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด กลับมาน่าสนใจในที่สุด

 

สัปดาห์นี้ ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการปรับพอร์ตของ MSCI นักลงทุนทั่วโลกรอประเมินแนวโน้มการลดความตึงตัวของการดำเนินนโยบายการเงินสหรัฐฯ จากเงินเฟ้อ ต.ค. ที่จะประกาศวันที่ 10 พ.ย. โดย Bloomberg concensus มองเงินเฟ้อที่ 8.0% (จาก ก.ย.ที่ 8.2%) ขณะที่ MSCI จะทำการปรับหุ้นและน้ำหนักการลงทุน (rebalancing) วันที่ 10 พ.ย. (ทราบผลที่ไทย เช้า 11 พ.ย.) ซึ่งน่าจะเห็นการปรับเพิ่ม TLI เข้ามนตะกร้าหุ้น และรอดูการปรับน้ำหนักหุ้นไทยรวมถึงหุ้นรายตัว ทั้งนี้การที่หุ้นไทยเคลื่อนไหวดีกว่าตลาดโลกและเอเชียในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีโอกาสถูกปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นได้

 

 


 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA 2) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR, MBK 3) มาตรการสนับสนุน EV ได้แก่ EA, GPSC, PIMO  4) กลุ่มไฟฟ้าแผน PDP ใหม่ ละประมูลพลังงานทดแทน 5,200MW  บวกกับ EGCO, RATCH, GULF, BCPG,  GUNKUL, SSP 5) เก็งกำไรทางเทคนิค CRC, RATCH, SC, TH, TLI, BAM, EA, CK, MBK, SAMART, ARIN, MC, TKN, SCGP, KISS, TC, KAMART, FLOYD, PROS, TVDH 

 

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว แนวต้าน 1,630 จุด โดยมีแนวรับ 1,614 และ 1,605 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ รอเลือกซื้อกลุ่มหุ้นเปิดเมือง ระยะสั้นกลุ่มที่ลงเยอะ (อาทิ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์) มีโอกาสเป็นเป้าหมายเก็งกำไร ส่วนกลุ่มพลังงานสามารถเก็ง PTTEP ตามแนวรับ ส่วนหุ้นโรงกลั่นกำไรไตรมาส 3 ชะลอหนัก เก็งกำไรระมัดระวัง (ถ้าจะเลือก ชอบ SPRC) //หุ้นแนะนำ: CBG*, MINT*, TLI*. PTL*

แนวรับ: 1,605-1,614 / แนวต้าน : 1,630 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 


 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรสูงกว่าคาดการณ์ - พุ่งขึ้น 261,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.5% ในเดือนก.ย.

มอร์แกน สแตนลีย์ จ่อลดจ้างงานวาณิชธนากรในเอเชีย 50 ตำแหน่ง – กำลังพิจารณาปรับลดการจ้างงานด้านวาณิชธนกิจในเอเชียจำนวนราว 50 ตำแหน่ง หลังจากการทำข้อตกลงทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียปรับตัวลดลงอย่างมากในปีนี้

บาร์เคลย์หั่นคาดการณ์ GDP จีนปีหน้า – ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2566 ลงเหลือ 3.8% เมื่อพิจารณาจากความต้องการสินค้าจีนในตลาดโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าการส่งออกของจีนในปี 2566 จะลดลงราว 2% - 5% เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1%

รอยัล แคริบเบียน เผยยอดจองเรือสำราญกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด – การจองเรือสำราญในไตรมาส 3 ของปี 2565 โดยรวมอยู่ที่ 96% มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 92% EPS 26 เซนต์ต่อหุ้น มากกว่าคาดการณ์ที่ 14 เซนต์ต่อหุ้น

ติดตาม กสทช. เคาะงบซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก – วงเงิน 1.6 พันล้านบาท วันที่ 9 พ.ย. พบสถิติช่วงยิงสด 5 ครั้ง SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.4% ขณะที่หุ้น MINT-CRC-HMPRO-BJC-MAKRO-CPALL-CENTEL และ BEC คึกคัก 

BTG เคลียร์จ่ายปันผลก่อนขาย IPO – บมจ.เบทาโกร (BTG) ชี้แจงเป็นการจ่ายปันผลจากกำไรสะสมในอดีตจากผลการดำเนินงานก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียน ยืนยันผู้ถือหุ้นเดิมก่อน IPO ทุกรายเข้าทำสัญญาห้ามขายหุ้นทั้งหมด 100% ที่ถืออยู่ก่อน IPO จำนวนรวม 1,500 ล้านหุ้น เป็นระยะเวลา 6 เดือนหลังจากหุ้น BTG เข้าเทรดวันแรก

TU ปรับ Pre-emptive Ratio – ผถห.จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ตามสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นวันที่ 1 พ.ย. 65 (Record Date) เป็น 34.9935 : 1

หุ้น KLINIQ เทรด mai วันแรก - บมจ.เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม IPO 24.50 บาท

ตลท.ให้ 24CS ใช้เกณฑ์ Cash Balance – ตั้งแต่ 7-25 พ.ย.65

 

ประเด็นติดตาม: 8 พ.ย. - TH CPI / 9 พ.ย. – US Crude Oil Inventories / 10 พ.ย. – US CPI / 15 พ.ย. – US PPI / 16 พ.ย. – US Retail Sales / 17 พ.ย. – EU CPI, US Building Permits

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)