วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ เทรดในกรอบแคบๆ... ปัจจัยต่างประเทศยังไม่ชัดเจน

ตลาดหุ้นเอเชียและไทยจะถูกกดดันจากท่าทีของจีนที่น่าจะยังคุมเข้มนโยบายอยู่ ในสัปดาห์ที่แล้ว (17-21 ตุลาคม) ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้แข็งแกร่งเกินคาด ถึงแม้ว่าสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกจะถูกกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่อง และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารประเทศต่าง ๆ

แต่ตลาดหุ้นในประเทศยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่มธนาคารของไทยที่ออกมาดีในงวด 3Q65 และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ที่แล้วมีแรงซื้อเพิ่มเข้ามาจากทั้งนักลงทุนต่างชาติ และสถาบันในประเทศ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะดันให้ดัชนี SET ทะลุระดับจิตวิทยาที่ 1,600 จุดได้

ในสัปดาห์นี้ (25-28 ตุลาคม) เราคาดว่าดัชนี SET จะแกว่งตัวอยู่ในช่วงแคบ ถึงแม้ว่าภาวะตลาดหุ้น DM จะดีขึ้น หลังจากที่ i) หุ้นสหรัฐวิ่งขึ้นมาในช่วงหลายวันนี้จากความเห็นของนาย Charles Evans ประธาน Fed สาขา Chicago และ นาง Mary Daly ประธาน Fed สาขา San Francisco ซึ่งทำให้ upside ของดอกเบี้ยสหรัฐจำกัด และ ii) ตลาดการเงินของอังกฤษได้แรงหนุนจากการเก็งว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะคุมด้านการคลังอย่างเข้มงวด ในขณะที่หุ้นในตลาด EM อาจจะถูกกดจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความเป็นไปได้ที่จีนจะยังคงใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่าง
เข้มงวดต่อไป ทั้งนี้ เพิ่งมีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการ Politburo ใหม่ออกมาเมื่อสุดสัปดาห์ ซึ่งไม่มีนักปฏิรูป และส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ดังนั้น เราจึงยังคงมองว่าตลาดหุ้น ASEAN และไทยจะ outperform ได้ แต่ upside ในระยะสั้นจะยังจำกัด

 

 

 

ติดตามตัวเลข GDP 3Q65, ดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐ และตัวเลขการค้าของไทย

ปัจจัยภายนอก: ตัวเลข GDP 3Q65, ดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในอังกฤษด้วย โดยในสัปดาห์นี้จะเข้าสู่ช่วง blackout ของผู้บริหาร Fed ก่อนการประชุม FOMC วันที่ 2 พฤศจิกายน โดยในส่วนของข้อมูลมหภาค นักลงทุนควรจับตาตัวเลข GDP 3Q65 ของสหรัฐ ซึ่ง consensus คาดว่าจะขยายตัว 2.1% QoQ SAAR ในขณะที่แบบจำลอง GDP tracker ของ Fed คาดว่าจะขยายตัว 2.9% QoQ SAAR growth นอกจากนี้ ข้อมูลสำคัญอีกตัวคือดัชนีเงินเฟ้อ PCE เดือนกันยายน ซึ่ง Consensus คาดว่า core PCE จะเพิ่มขึ้น 5.2% YoY จาก 4.9% YoY ในเดือนสิงหาคม อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือสถานการณ์การเมืองในอังกฤษ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อตลาดการเงินได้ ถ้าหากส.ส. Rishi Sunak ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามคาด

ปัจจัยภายใน: ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทย และผลประกอบการ 3Q65 ของกลุ่มที่ไม่ใช่การเงิน ในวันนี้จะมีการรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศผ่านพิธีศุลกากรเดือนกันยายนของไทย โดย Consensus คาดว่าการส่งออกของไทยจะขยายตัว 4.5% YoY ในขณะที่คาดว่าการนำเข้าจะเพิ่มขึ้น 20% YoY และยังคงขาดดุลการค้าต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน บริษัทนอกกลุ่มการเงินจะเริ่มส่งงบ 3Q65 ในสัปดาห์นี้

 

 

 

ยังเน้นลงทุนต่อ แนะนำทยอยสะสมหุ้นไทยในช่วงที่ตลาดพักสร้างฐาน

เนื่องจากเรามองว่าตลาดน่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะ sideways ในระยะสั้น และมีแนวโน้มเป็นบวกในช่วงปลายปี 2565 และในปี 2566 เราจึงแนะนำให้นักลงทุนยังคงลงทุนต่อ หรือซื้อสะสมในช่วงที่ตลาดตก ทั้งนี้ จากมุมมองล่าสุดของธนาคารใหญ่ทำให้เราปรับหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารของเราเป็น BBL* และ KTB* เพราะ KBANK* เหมือนจะปรับกลยุทธ์ธุรกิจมาเน้นล้างงบดุล ทั้งนี้ เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, reopening และหุ้นกลุ่ม่การบริโภคอย่างเช่น AOT*, BDMS*, CENTEL*, PLANB*, PTG* และ CPN*