ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงสร้างจิตวิทยาบวกต่อการชะลอของเงินเฟ้อและความตึงตัวของนโยบายการเงิน ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับลดลง 5.7% และ 5.2% จากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หลังจีนรายงานส่งออก ส.ค.+7.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ +13.0% และชะลอจาก ก.ค.ที่ +18.0% แม้ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอาจกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและอาจถ่วงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตามในมุมบวกการลดลงของน้ำมันดิบจะส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นจากการลดแรงกดดันของเงินเฟ้อ และลดความตึงตัวของนโยบายการเงินในช่วงถัดไป ขณะที่ยังช่วยลดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account Deficit) ของประเทศที่นำเข้าน้ำมัน/พลังงานในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ (EM) //แม้ภาพทางเทคนิคระยะสั้นของน้ำมันดิบเป็นลบ แต่ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับลงมาใกล้แนวรับขาขึ้นที่ 82 และ 85 เหรียญฯ
จับตาค่าเงินสหรัฐฯ หลังการประชุมธนาคารกลางยุโรปและการแถลงของประธานเฟดคืนนี้ ราคาน้ำมันดิบและรายงานการประชุมเฟด (Beige book) เมื่อคืนนี้ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) น่าจะเริ่มใกล้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อยู่ในช่วงต้นของการขึ้นดอกเบี้ย (ตลาดคาด ECB จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในการประชุมคืนนี้) สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ EURO แข็งค่าขึ้น ขณะที่ค่าเงินสหรัฐฯ น่าจะเริ่มกลับมาอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง //ทั้งนี้ภาพทางเทคนิคของดัชนีค่าเงินสหรัฐฯ (Dollar Index) มีสัญญาณขัดแย้งปลายตลาดขาขึ้น (Bearish Divergence) ซึ่งอาจทำให้กลับมาอ่อนค่าในระยะกลางหลังจากแข็งค่าต่อเนื่องมาเกือบ 20 เดือน // ดังนั้นแนะนำนักลงทุนจับตาการประชุม ECB และแถลงการณ์ของประธานเฟด คืนนี้ ประกอบการติดตามทิศทางค่าเงินสหรัฐฯ
ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มได้ประโยชน์จากคนละครึ่งเฟส 5 อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE, TNP, KK, MAKRO 2) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR, MBK 4) มาตรการสนับสนุน EV ได้แก่ EA, GPSC, PIMO 5) หุ้นได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA, STAR5001 6) เก็งกำไรทางเทคนิค CRC, RATCH, CPF, RS, SC, TH, TLI, BAM, EA, BAFS, CK, ASIAN, MBK, SAMART, TPIPL, ARIN, SVT, TFG, MC, TKN
ภาพรวมกลยุทธ์: ฟื้นตัวแนวต้าน 1,650-1,660 จุด แม้เรามองตลาดมีแนวโน้มซึมลง แต่หากเกิดการกลับตัวของดัชนีค่าเงินสหรัฐฯ ภาพตลาดระยะสั้นอาจผิดไปจากที่เราประเมินได้ อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ในภาพใหญ่ไม่เปลี่ยน คือ รอเลือกซื้อกลุ่มหุ้นเปิดเมือง (ซื้อ: ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร กองรีทส์/ สะสมค้าปลีก การเงิน) ระยะสั้นกลุ่มหุ้นปลอดภัย หุ้นที่ยังขึ้นน้อย รวมถึงหุ้นขนาดกลางที่มีปัจจัยบวกรายตัว มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีกว่า ส่วนกลุ่มพลังงานเก็งกำไรที่แนวรับได้ แต่เลี่ยงหุ้นโรงกลั่นที่กำไรไตรมาส 3 น่าจะชะลอหนัก //หุ้นแนะนำ: ADVANC*, CPALL*, NSL*, ROJNA*
แนวรับ: 1,629 / แนวต้าน : 1,650-1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
สหรัฐเผยขาดดุลการค้าลดลงสู่ 7.06 หมื่นล้านดอลลาร์ - ตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐลดลง 12.6% สู่ระดับ 7.06 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.
เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวดีเกินคาดใน Q2/65 - ปรับตัวขึ้น 0.8% qoq ในไตรมาส 2 และปรับขึ้น 4.1% yoy ขณะที่คาดขยายตัว 0.6% qoq และ 3.9% yoy
ปูตินจะยกเลิกส่งพลังงานให้ชาติตะวันตก หากมีการกำหนดเพดานน้ำมันรัสเซีย – โดยจะไม่ส่งก๊าซ น้ำมัน ถ่านหิน หรือพลังงานใดๆ ปธน.ปูตินกล่าวในการประชุมเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Forum) ที่เมืองวลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 ธ.ค.2565 และจะบังคับใช้ต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในวันที่ 5 ก.พ.2566
ศาลสั่งกทม.-กรุงเทพธนาคม จ่ายหนี้ BTS 1.17 หมื่นล้าน – ชำระภายใน 180 วันนับแต่คดีถึงที่สุด ขณะที่กทม.เตรียมยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิ
แฟลช เอ็กซ์เพรส เพิ่มจุดรับส่งพัสดุตลอด 24 ชม. ที่ 7-Eleven – รองรับความต้องการส่งพัสดุของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ 24 ชม. เริ่มต้น 22 บาท โดยเฟสแรกนำร่องไปกว่า 5,000 สาขา เฟส 2 ให้ครบทั่วไทยภายในไตรมาส 1/2566
STGT ไม่ได้เข้าซื้อหุ้นคืนหลังครบระยะเวลา 6 เดือนของโครงการ – บมจ.ศรีตรังโกลฟส์(ประเทศไทย) (STGT) เผยว่าตามที่อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3,600 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.2 ถึงวันที่ 6 กันยายน 2565 เนื่องจากปัจจัยสภาวะตลาด บริษัทไม่ได้มีการซื้อหุ้นคืนในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
iPhone 14 ตามคาด ไทยติดกลุ่ม Tier 1 - ไทยติดกลุ่มประเทศ Tier 1 ซึ่งแอปเปิลจะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 9 ก.ย. และลูกค้าจะสามารถรับเครื่องในวันที่ 16 ก.ย.
Opportunity day – 8 ก.ย. – B-WORK, WPH, SC, III, SISB, UBE / 9 ก.ย. – SUPER, XO, UPOIC, LST, ASK, BA / 12 ก.ย. – NSL, ONEE, MC, WINMED, D, ICHI, TRU
ประเด็นติดตาม: 8 ก.ย. - ECB Interest Rate Decision, Fed Chair Powell Speaks, Initial Jobless Claims, Crude Oil Inventories / 13 ก.ย. – US CPI / 14 ก.ย. - US PPI / 15 ก.ย.–Retial Sales
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









