วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกร่วง รับตัวเลขการจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง หนุนดอลลาร์

ราคาทองคำโลกร่วง หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ แข็งแกร่ง หนุนดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐสูงขึ้น ตลาดกังวลโอกาสสูง เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกในเดือนธันวาคม

KEY POINTS

  • ราคาทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ ในเดือนตุลาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้
  • ข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น
  • ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งลดความน่าสนใจในการลงทุนทองคำ

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำลดลงในวันศุกร์ (6 พ.ย. 69) หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น

 

ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.3% อยู่ที่ 4,074.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:54 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ หรือ 18:54 น. GMT โดยก่อนหน้านี้ราคาร่วงลงมากกว่า 1% แตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 4,033.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำสปอตยังเพิ่มขึ้น 5.2% ในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม

สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนธันวาคม ปิดลดลง 0.9% ที่ 4,074.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์สูงขึ้น

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.7% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ทำให้ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาด ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

 

ไท หว่อง นักซื้อขายโลหะอิสระ กล่าวว่า “ราคาทองคำเปิดตลาดลดลงหลังรายงานการจ้างงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งแข็งแกร่งในทุกด้าน แต่กำลังพยายามฟื้นตัวกลับขึ้นมา นี่คือบททดสอบสำคัญของการปรับขึ้นในสัปดาห์นี้”

จ้างงานสหรัฐสูงเกินคาด

การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนตุลาคม ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ 4.1% สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง และเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้มากขึ้น

ข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 81% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจาก 72.8% ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงาน

 

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำแท่ง ซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น และทำให้ทองคำน่าสนใจน้อยลงสำหรับนักลงทุน

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มลดลงอย่างมากในสัปดาห์นี้ จากความคาดหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะผ่อนคลายลงหลังผลการเลือกตั้งกลางเทอม แม้ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ยังคงมีอยู่จะช่วยพยุงราคาไว้

 

เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐสองรายออกมาแสดงการสนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปและในขนาดเล็ก เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่อยู่เหนือเป้าหมาย

 

ในตลาดทองคำแท่ง ราคาที่อ่อนตัวลงช่วยกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภคในอินเดีย ก่อนถึงเทศกาลดิวาลีที่สำคัญ โดยก่อนหน้านี้ราคาทองคำเคยร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปีที่ 3,869.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม

 

สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาเงินสปอตเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 52.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมเพิ่มขึ้น 1.6% สู่ระดับ 1,541.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลเลเดียมลดลง 0.6% อยู่ที่ 1,024.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยทั้งสามรายการยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์